ี้ยงกองทัพได้อีกเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น”“ครึ่งเดือน…” กงซุนชามองหน้าจั่วม่อ “สมควรทำอย่างไร?”“ทำสงครามหล่อเลี้ยงสงคราม!” จั่วม่อกล่าวตรงๆ อย่างไม่ลังเล
“ก็…คงได้แต่ต้องทำเช่นนั้น” กงซุนชารู้สึกอับจนปัญญา ไพร่พลสี่สิบคนนี้ยังห่างไกลจากสิ่งที่ใจมันต้องการอีกมาก แต่ปัญหาที่จั่วม่อกล่าวมา ก็ไม่มีทางออกที่ดีกว่าอีกแล้วกงซุนชาฉุกคิดถึงสร้อยคอที่มันร้องขอในคราวก่อน “มียุทธภัณฑ์เวทที่ใช้ได้แล้วหรือไม่?”“ข้าจับหลักการได้แล้ว” จั่วม่อแบมือทั้งสองข้าง “แต่มีวัตถุดิบไม่เพียงพอ”ด้วยเหตุนี้ กงซุนชาได้แต่ตัดใจจากสร้อยคอร่วมใจไปก่อน ระดมพลทั้งสี่สิบคน ออกเดินทางทันทีจั่วม่ออันที่จริงอยากติดตามไปด้วย แต่นึกถึงฉุนอวี๋เฉิงที่ยังคงอยู่จมอยู่กับบ่อฟูมฟักสัตว์ร้าย มันตัดสินใจอยู่โยงเพื่อปกปั้องฐานทัพ กงซุนชาทิ้งสามองครักษ์เกราะทองเอาไว้ด้วย แน่นอน มันลั่นวาจาอย่างฮึกหาญ ในเมื่อเป็นการทำสงครามจริง ก็สมควรปฎิบัติเสมือนจริงเสียเลยเพื่อรับประกันความปลอดภัย จั่วม่อก่อตั้งค่ายกลไว้รอบหุบเขา ส่วนใหญ่เป็นค่ายกลลวงตา บัดนี้ฝีมือเชิงค่ายกลของมันรุดหน้าก้าวไกล มันเชื่อมประสานขบวนค่ายกลลวงตาเล็กๆ กับขบวนค่ายกลสังหารเล็กๆ เข้าด้วยกัน พลังอำนาจไม่สูงเท่าใด แต่หากใช้รบกวนศัตรูก็มากเกินพอมุกหยินประลัยกัลป ยันต์ทหาร องครักษ์เกราะทอง รวมถึงกับดักขบวนค่ายกลลวงตา ฐานทัพของพวกมันก็เรียกได้ว่าค่อนข้างปลอดภัยมากแล้วกงซุนชานำ