ศาสตร์แห่งการใช้พวกมากข่มเหงคนน้อย เรียกว่าการต่อสู้แบบกลุ่ม การต่อสู้แบบกลุ่ม นั่นก็คือการยกพวกทะเลาะวิวาทกันในความเข้าใจของจั่วม่อ หากจะให้คนที่ศึกษาแต่วิธีเพาะปลูกข้าวปราณมาจนถึงสองปีก่อน มาศึกษายุทธวิธีในการต่อสู้ นั่นช่างเหลวไหลไร้สาระสิ้นดี แต่หากกล่าวถึงการยกพวกทะเลาะวิวาทกัน มันยังมีความเข้าใจที่แท้จริงอยู่บ้าง ศิษย์ฝั่ายนอกนั้นมีจำนวนมากมาย แน่นอนว่าย่อมมีผู้ที่ถูกข่มเหงรังแกอยู่ด้วย รวมถึงมีกลุ่มเล็กๆ มากมายราวกับต้นไม้ในปั่า การยกพวกทะเลาะวิวาทกันแม้ว่าจะไม่ได้มีทุกวัน แต่ก็มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่เคยขาดชมดูการยกพวกทะเลาะวิวาทกันมามากมาย สรุปได้ว่าฝั่ายชนะมักจะมีคุณสมบัติหลายประการประการแรก คือมีผู้คนมากกว่า นี่คือหลักการพื้นฐานที่สุดของการยกพวกทะเลาะวิวาท การยกพวกทะเลาะวิวาทหากไม่มีผู้คนมากพอ นั่นก็น่าอับอายเกินกว่าที่จะเรียกว่า ‘กลุ่ม’ ใช้พวกมากข่มเหงคนน้อย นั่นคือผลลัพธ์ที่พบเห็นได้มากที่สุดประการที่สองคือ ‘เหี้ยมหาญและดุดัน’ ความเหี้ยมหาญทำให้ไม่เกรงกลัว แม้ว่าอีกฝั่ายมีพวกมากกว่า แต่ฝั่ายพวกมันกล้าต่อสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ผู้คนที่ไม่เกรงกลัวความตายมักต่อสู้อย่างเหี้ยมหาญ พร้อมจะกวาดทำลายทุกอย่างให้พินาศไปด้วยกัน ผู้อื่นไม่กล้าเข้าใกล้ แม้แต่ยอดฝีมือก็ยังต้องการมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือ! ส่วนความดุดัน นี่หมายถึงดุดันอำมหิต สามารถโจมตีอย่างไร้ความปราณี ไม่มีตะขิดตะขวงใจใดๆ