กราตรีหนึ่งร้อยตน หากผู้บัญชาการไม่โง่งมเกินไปนัก สมควรไม่มีปัญหา” ผูเยากล่าวอย่างครุ่นคิดจั่วม่อถอนหายใจโล่งอก ประเสริฐ อย่างน้อยก็ไม่ได้ไร้ความหวังเสียทีเดียวมันย่อมทราบดีว่ากลุ่มคนที่มันรวบรวมมายังไม่สามารถเข้าถึงระดับฝีมือเทียบเท่ากับกองทัพอสูร แต่มันสามารถเพิ่มจำนวนคนได้อีก หากหนึ่งร้อยคนไม่เพียงพอ ก็อัดเข้าไปสองร้อยคน สามร้อยคน สิ่งที่มันกังวลมากที่สุดในตอนแรก คือเกรงว่าแม้อาศัยจำนวนเข้าชดเชย ยังไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มความห่างชั้นนี้ได้“จริงสิ ไฉนปราณธรรมชาติในอาณาจักรขุนเขาน้อยจึงเบาบางลง พวกมันใช้วิธีการใด?” จั่วม่อถามผูเยา“นี่มีวิธีการมากหลาย อย่างเช่นแมลงอสูรที่กินปราณธรรมชาติ หรือเห็ดปิศาจเส้นดำ จะอย่างไรการกัดกินปราณธรรมชาติก็เป็นลักษณะของอสูรปิศาจอยู่แล้ว”“มีวิธีฟึนคืนสภาพหรือไม่?”“ย่อมมี เจ้าสามารถขอให้ใครบางคนที่มีด่านพลังอย่างน้อยด่านหยวนอิง*มาช่วยเหลือ อาจสามารถฟึนคืนสภาพได้ภายในสิบปี”
(หยวนอิง – ด่านพลังด่านที่ห้าของฝั่ายมนุษย์ เหนือกว่าจินตันหนึ่งด่าน)
“หยวนอิง…” จั่วม่อไร้วาจาจะกล่าว จนกระทั่งถึงตอนนี้ ซิวเจ่อที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มันเคยพบพานยังคงเป็นจินตันเท่านั้น คิดเปลี่ยนเส้นชีพจรปราณปฐพีให้กลับมาเหมือนเดิม ที่แท้จำเป็นต้องมีซิวเจ่อด่านหยวนอิง นี่เท่ากับตัดตัวเลือกข้อนี้ออกไปได้โดยตรงสิ่งที่มีเพียงยอดคนด่านหยวนอิงขึ้นไปจึงจะทำสำเร็จ จั่วม่อไม่คิดว่าพวกม