(*ม้าเป็นแซ่ แปลว่าเมล็ดงา ฝาน- ธรรมดา,พื้นๆ ชื่อม้าฝานคำนี้พ้องเสียงกับคำที่แปลว่า ยุ่งยาก ซึ่งผู้เขียนจะจงใจล้อเลียนเรื่องนี้มาก)“พวกเราอยู่ที่ใด?” ฉุนอวี๋เฉิงค่อยๆ โผล่ศีรษะออกจากเรืออย่างอยากรู้อยากเห็นต้องซ่อนตัวอยู่ในน้ำมากกว่าสามเดือน พวกมันรู้สึกอุดอู้แทบตายแล้ว“อาณาจักรขุนเขาน้อย” จั่วม่อตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ในหมู่พวกมันไม่มีผู้ใดเคยมายังอาณาจักรขุนเขาน้อย ทั้งยังไม่เคยสนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรขุนเขาน้อยมาก่อนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ทั้งสามคนพลันรู้สึกทรวงอกปลอดโปร่งโล่งสบาย พวกมันพากันยืดคอออกจากห้องท้องเรือ สูดอากาศภายนอกอย่างหิวกระหายเห็นสองฟากข้างแม่น้ำเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนยาวไกลสุดลูกหูลูกตาแต่ในทันทีทันใด พวกมันก็ต้องตระครุบปิดปากตัวเองโดยเร็ว พากันเหม่อมองไปยังยอดเขาสองฟากข้างแม่น้ำอย่างซึมเซาเห็นเศษซากต้นไม้หักก้อนหินแตกกลาดเกลื่อนในทุกหนทุกแห่ง บางแห่งยังเห็นซากศพและเศษผ้ากระจัดกระจาย ภูเขาเขียวชอุ่มแต่เดิม บัดนี้แห้งแล้งหม่นหมองสิ้นดี“เลวร้ายกระไรเช่นนี้…” ฉุนอวี๋เฉิงสุ้มเสียงเลื่อนลอยปานละเมอกงซุนชามีปฎิกิริยาเป็นคนแรก สีหน้าดูย่ำแย่ยิ่ง ลดศีรษะลง กล่าวราวรำพึงกับตัวเอง”สงครามเริ่มขึ้นแล้ว”จั่วม่อได้แต่เบิกตามอง ไม่ทราบจะกล่าวอันใด เห็นได้ชัดว่าบริเวณนี้ต้องผ่านการต่อสู้อันดุเดือดรุนแรง นึกถึงกองทัพอสูรที่เข้ารายล้อมเหนือเกาะแมกไม้รกร้าง จั่วม่อไม่ต้อ