งเดาก็ทราบว่าการทำลายล้างนี้เป็นฝีมือผู้ใด ในใจมันอดรู้สึกหวาดผวาไม่ได้ หากคราวนั้นมันไม่รีบหลบหนีอย่างทันท่วงที เกรงว่าจะประสบกับผลสุดท้ายเช่นภาพเบื้องหน้านี้เอง“ระมัดระมัดให้มาก เส้นทางอาจไม่ปลอดภัย”จั่วม่อกับกงซุนชาสบตากันวูบ ต่างเห็นเค้าวิตกกังวลในดวงตาอีกฝั่ายเรือเมล็ดอินทผลัมบินขึ้นสู่ท้องฟั้า เปลี่ยนเป็นเหาะเหินไปกลางอากาศ“สมควรไปยังที่ใด?” กงซุนชาถามคำถามที่เหมาะสมกับสถานการณ์เป็นที่สุด“คงได้แต่ดูไปพลางเดินไปพลาง” จั่วม่อใบหน้าแข็งทื่อไร้อารมณ์ แต่สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความอับจนปัญญา”เราไม่คุ้นเคยกับอาณาจักรขุนเขาน้อย ดังนั้นก่อนอื่นคงต้องเสาะหาผู้คนลองสอบถามดู ว่าแม่น้ำอาณาจักรอีกสายหนึ่งของอาณาจักรขุนเขาน้อยอยู่ที่ใด”“แล้วหากอาณาจักรขุนเขาน้อยไม่หลงเหลือผู้คนที่ยังมีชีวิตอีกแล้วเล่า?”คำถามของกงซุนชาทำเอาจั่วม่อหยุดหายใจไปวูบหนึ่ง มันหันไปมอง เห็นใบหน้าอ่อนหวานของกงซุนชาดูเป็นธรรมชาติยิ่ง ไม่ทราบเพราะเหตุใด จั่วม่อรู้สึกหัวใจเย็นวาบขึ้นมาปฎิกิริยาแรกของมันคือ หลังจากนี้มันต้องไม่ข่มเหงศิษย์น้องกงซุนอย่างเด็ดขาดเจ้าเด็กหน้าขาวผู้นี้ใจดำอำมหิตไม่เข้ากับหน้าตาแม้แต่น้อยแต่จั่วม่อก็เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ตัวดีเช่นกัน “เช่นนั้นเราก็จบสิ้นกันแล้ว แค่รอให้อีกฝั่ายหวนกลับมาเชือดทิ้งเท่านั้น”กงซุนชาหัวร่อคิกคัก แต่ไม่ได้กล่าวต่อ ยกมือขึ้นจับคาง คล้ายกำลังครุ่นคิดเรื่องบางอย่างโชคดีที่ยังไ