งทัพอสูรอันเกรียงไกร ทั้งยังเผชิญหน้ากับสัตว์ปราณอันเข้มแข็งเฉกเช่นสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้ชมดูการแสดงอันตระการตาของสามองครักษ์เกราะทองใต้บังคับบัญชาของกงซุนชา ก็คงไม่อาจโทษว่าพวกมันไม่สนใจการต่อสู้อันจืดชืดเบื้องหน้านี้แล้วขบคิดจนถี่ถ้วน จั่วม่อยังคงตัดสินใจที่จะไม่รออีกต่อไปแล้ว”ไปทำให้พวกมันหยุดเถอะ”“ตามคำบัญชา” เห็นได้ชัดว่าระดับของฝั่ายตรงข้ามไม่อาจสะกิดความสนใจของกงซุนชาแม้แต่น้อย ทั้งคู่คล้ายลืมเลือนไปอย่างสิ้นเชิง ว่าพวกมันคนหนึ่งเป็นหนิงม่าย ส่วนอีกคนเป็นเพียงจู้จีเท่านั้น แต่คู่ต่อสู้ทั้งสองฝั่าย ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นหนิงม่ายทั้งสิ้นสามองครักษ์เกราะทองกระชับกระบี่ในมือ แล้วหายวับไปจากข้างกายกงซุนชาม้าฝานคอยรักษาระยะห่างจากคนอื่นๆ อย่างระมัดระวัง ราวห้าสิบจั้งถึงหนึ่งร้อยจั้งจึงจะเป็นระยะจู่โจมที่ดีที่สุดของมัน ด้วยระยะจู่โจมนี้ เพลงกระบี่ของมันสามารถสำแดงอานุภาพออกมาได้ถึงขีดสุดเมื่อเทียบกับซิวเจ่อส่วนใหญ่แล้ว ม้าฝานนับว่ามีโชควาสนาไม่น้อย มีอยู่ครั้งหนึ่งมันบังเอิญค้นพบเศษเคล็ดวิชากระบี่ฉบับหนึ่ง เคล็ดวิชากระบี่นี้ไม่มีชื่อเรียกขาน เนื้อความสูญหายไปเกือบทั้งหมด แต่เฉพาะส่วนที่หลงเหลืออยู่ก็เพียงพอให้มันใช้เอาชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ช่างยุ่งยากเสียจริง!*มันควบคุมจังหวะของตนอย่างระมัดระวัง บางคราวก็ใช้หางตาเหลือบมองเหล่าสหาย โชคดีที่ฝั่ายมันคร