ุ่มดาวไถ ในใจมันก็หลงเหลือเพียงความคิดเดียว…คราวนี้ยุ่งยากจริงๆ แล้ว!“เอ้า อย่ามัวแต่จ้องมอง นั่งลงเถอะ”สุ้มเสียงที่ยังอ่อนเยาว์ดังขึ้นจากด้านหลัง ม้าฝานรีบหมุนตัวกลับไปมองมันเห็นใบหน้าไร้อารมณ์ดวงหนึ่ง ทั่วทั้งใบหน้าแข็งทื่อเหมือนเปลือกไม้ ม้าฝานไม่เคยพบเห็นใบหน้าที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าแข็งกระด้างเข้าคู่กับร่างกายผอมแห้ง ทำให้ดูไม่ผิดอันใดกับผีดิบตัวหนึ่ง เพียงแต่ ‘ผีดิบ’ ที่ว่านี้ ทั่วร่างกายปกคลุมไปด้วยเหล่ายุทธภัณฑ์เวทอันล้ำค่า มันกระจ่างใจขึ้นมาทันที ฟังว่าผู้อาวุโสหลายท่านมักมีพฤติกรรมแปลกพิสดาร และความชอบประหลาดพิกลหลากหลายรูปแบบแต่ซิวเจ่ออายุเยาว์ที่อยู่ด้านข้าง ‘ผีดิบ’ กลับเป็นบุรุษหนุ่มที่ค่อนข้างบอบบางงดงาม ใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อยๆ สีหน้าท่าทีสบายตาน่าสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง“เจ้าเรียกว่าอะไร?” ผีดิบเอ่ยถาม“ม้าฝาน*”“ความยุ่งยาก?*”ปฎิกิริยาตอบสองของอีกฝั่ายไม่ได้เหนือคาด ม้าฝานพบเจอมาจนชินชาเสียแล้วดังนั้นรีบแยกแยะว่า “ม้าที่แปลว่าเมล็ดงา ฝานที่แปลว่าคนธรรมดา”“อ้อ” ผีดิบชะงักกึก จากนั้นถามว่า “พวกเจ้าต่อสู้กันเพราะเหตุใด?”จั่วม่อแสร้งวางท่าเป็นลี้ลับสุดหยั่งคาด“ผู้อาวุโส พวกมันต้องการปล้นชิงข้าวปราณของพวกเรา” ม้าฝานไม่กล้าปิดบัง
“ข้าวปราณ?” จั่วม่อประหลาดใจยิ่ง มันเคยเลี้ยงชีพด้วยการเพาะปลูกข้าวปราณมานานหลายปี แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีผู้คนต่อสู้กันเพียงเพื่อแย่งช