่าแก่ ฝีมือของจั่วม่อพัฒนาขึ้นมาก อักขระยันต์ที่แกะสลักคราวนี้ทั้งราบเรียบและเล็กละเอียดหัวร่อฮี่ฮี่อย่างลี้ลับสองคำ มันวิ่งไปหากงซุนชาผู้ยังหน้าซีดเผือด“ศิษย์พี่ นี่มันอะไร?” กงซุนชาหวาดระแวง ท่าทางของศิษย์พี่น่ากังวลจริงๆ“อ้อ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด” จั่วม่อหัวร่อฮี่ฮี่ มันคว้ามือกงซุนชาหมับ ถูไปถูมาสองสามรอบ “ได้การแล้ว!”กงซุนชาตะลึงงัน ทันใดนั้นมันเห็นมือเล็กๆ ของมันมีเลือดไหลออกมา ใต้นิ้วมือเห็นขวดหยกใบหนึ่ง มีเลือดอยู่ครึ่งขวดแล้วใบหน้าซีดเผือดของกงซุนชากลายเป็นขาวราวกระดาษในบัดดล สองตาเหลือกลานล้มฟาดหมดสติไปฉุนอวี๋เฉิงนั่งเท้าคาง สายตาเหม่อลอยไปไกล บางครั้งก็พึมพำกับตัวเอง“ค่ายกลนี้สมควรอยู่ในประเภทปราณวายุ ปราณวายุมีผลกระทบต่ออัตราการสืบพันธุ์ของผีเสื้อปราณ…”มันไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ว่ามีใครบางคนอยู่ข้างกายมัน และไม่ได้รู้สึกเลยว่ามืออีกข้างที่วางไว้บนขากำลังมีเลือดไหลออกมากระทั่งเลือดไหลลงไปครึ่งขวดแล้ว มันก็ยังคงไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งครึ่งชั่วยามให้หลัง…“ฮะ มือข้ามีแผลตั้งแต่เมื่อใด? อา ช่างเถอะ ข้าคิดถึงตรงไหนแล้ว…”จั่วม่อหยิบขวดใส่เลือดออกมาสามขวด ขวดหนึ่งเป็นเลือดของมันเอง ส่วนเลือดของศิษย์น้องทั้งสองแต่ละขวดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน เลือดครึ่งขวดของศิษย์น้องแต่ละคน เทลงไปในปั้ายหยกสองแถบที่อยู่บนสร้อยคอนี่เป็นสร้อยคอสำหรับตัวมันเองจากนั้นมันทำเช่นเดิมกับสร้อยคอที่เหลืออี