นซ่านเหรินแถลงไขหงหยางอึ้งงันไปวูบหนึ่ง จากนั้นกล่าวละล่ำละลัก “เป็นไปไม่ได้! สำนักกระบี่สุญตาจะหักใจละทิ้งศิษย์เอกของพวกมันได้อย่างไร? ไม่ต้องพูดถึงว่านี่ยังเป็นจั่วม่อ!” กระทั่งหัวหน้าผู้คุ้มกันเบื้องหลังมันยังมีสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ ศิษย์ยอดอัจฉริยะเช่นจั่วม่อ ไม่มีสำนักใดจะละทิ้งมันได้โดยง่ายดาย“ข้าก็ไม่เข้าใจว่าภายในสำนักของพวกมันที่แท้เกิดอะไรขึ้น แต่ประมุขของเกาะนี้เป็นจั่วม่ออย่างไม่ต้องสงสัย” หลงเจินซ่านเหรินทันใดนั้นคล้ายฉุกคิดถึงบางสิ่งบางอย่างรีบกล่าวสืบต่อ “จะว่าไป ท่านพี่นับว่ามาได้ถูกเวลายิ่งนัก!”“โอ้ เพราะเหตุใด?” หงหยางยังคงไม่ฟืนตัวจากความตื่นตกใจก่อนหน้านี้ เพียงถามออกมาตามสัญชาตญาณ“จั่วม่อผู้นี้นับเป็นยอดอัจฉริยะอย่างแท้จริง ก่อนนี้ก็หลอมกลั่นเม็ดยาอีกาทองคำที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจ มายามนี้ไม่ทราบว่าทำได้อย่างไร มันถึงกับสร้างไฟอีกาทองคำออกมาแล้ว!” หลงเจินซ่านเหรินทอดถอนชมเชย“ไฟอีกาทองคำ!” หงหยางสะท้านขึ้นทั้งร่าง “ไฟอีกาทองคำระดับสี่นั่นน่ะหรือ?”“ถูกต้อง เป็นไฟอีกาทองคำนั่นเอง!” หลงเจินซ่านเหรินกล่าวปนหัวร่อ “ดังนั้นข้าจึงบอกว่าท่านพี่ช่างมาได้ถูกเวลาจริงๆ ข่าวนี้ยังไม่แพร่กระจายออกไป มิเช่นนั้น เกรงว่าผู้คนนับไม่ถ้วนคงแห่กันมาถึงที่นี่แล้ว”“ไฟอีกาทองคำ ระดับสี่…” หงหยางพึมพำปานละเมอหลงเจินซ่านเหรินยกถ้วยชาขึ้นจิบ เล่าว่า “ข้าพบพานฟูั่ฟงระหว่างทาง จึงไ