่าศิษย์พี่หลายคนเลือกที่จะจากไป แต่มันไม่คิดจากไปแม้แต่น้อยนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ความเชื่อมั่นที่มันมีต่อศิษย์พี่จั่วม่อ ทั้งมากมายและมั่นคงเสียยิ่งกว่าความเชื่อมั่นที่มันมีต่อสำนักเทียบกับมุมมองในแง่ร้ายของศิษย์พี่ผู้อื่น ฉุนอวี๋เฉิงกลับรู้สึกว่าสถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่ดีมาก อย่างน้อยศิษย์พี่จั่วม่อก็ไม่ต้องถูกสำนักผูกมัดไว้อีก ใครจะไปรู้ บางทีอนาคตของมันอาจจะทะยานสูงยิ่งกว่าสำนักก็เป็นได้ ศิษย์น้องกงซุนชาก็ไม่ได้จากไป สามคนที่มีพลังมากที่สุดในกลุ่มเล็กๆ นี้ ยังคงรวมตัวอยู่ด้วยกันผู้ที่เลือกจจากไปจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน ฉุนอวี๋เฉิงเชื่อมั่นอย่างสุดซึ้งในไม่ช้ามันก็โยนความคิดเหล่านี้ทิ้งไป สายตาจดจ้องอยู่แต่บ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากเบื้องหลัง มันไม่จำเป็นต้องหันไปมอง ศีรษะของคนผู้หนึ่งก็โผล่ขึ้นมาเหนือไหล่มัน“เป็นอย่างไรบ้าง?” กงซุนชาถามเสียงต่ำทั้งสองคนเมื่อเลือกที่จะอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันก็พัฒนาไปอีกขั้นกลายเป็นใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งกว่าเดิม กงซุนชาเป็นคนฆ่าสัตว์ แต่ช่วงหลังมานี้พวกมันไม่ได้ล่าสัตว์ปราณอีกแล้ว มันจึงว่างงานเป็นอย่างยิ่ง ศิษย์พี่จั่วม่อช่วงนี้ปิดด่านฝึกตนทุกวี่วัน ดังนั้นกงซุนชาได้แต่วิ่งมาสุมหัวกับฉุนอวี๋เฉิงเท่านั้นภาระเก็บค่าผ่านทางก็ตกใส่ตัวกงซุนชาด้วยประการฉะนี้ เจ้าผู้นี้ดูภายนอกสุภาพอ่อนโยนสบายตา แต่อันที่จริงหน้าหนาปานกำแพงเมือง ทั้งใจ