ี๋เฉิงริมฝีปากสั่น แต่ไม่กล่าววาจา สองมือผนึกมุทราร่ายเวทวิชาใส่ผีเสื้อปราณที่เหลืออีกครั้ง ดวงตามันที่เบิกกว้างอยู่แล้วแทบถลนออกมา ริมฝีปากสั่นระริกอย่างกับแผ่นดินไหว!“เกิดอะไรขึ้น? บอกมาเร็ว!” กงซุนชายิ่งคันหัวใจยากจะเกา ความอยากรู้อยากเห็นของมันถูกก่อกวนจนแทบทะลักออกมา รีบเซ้าซี้ถามฉุนอวี๋เฉิงยังคงไม่กล่าววาจา ริมฝีกปากยังสั่นระริกไม่หยุดยั้ง กระเพื่อมขึ้นลงเหมือนระลอกคลื่น กระบวนท่ามุทรายามร่ายเวทวิชาของมันก็สั่นระริก สะดุดติดขัดไปหมด ล้มเหลวไปหลายครั้งหลายหน กว่าจะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุดลำแสงอีกสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากมือของมัน ปกคลุมผีเสื้อปราณตัวสุดท้ายฉุนอวี๋เฉิงคนคล้ายถูกโจมตีด้วยคำสาปอัมพาต ทั้งร่างแข็งค้างอย่างกะทันหัน จ้องมองอย่างมึนงงไปยังผีเสื้อปราณที่ห่อหุ้มอยู่ในลำแสง“มีปัญหาอันใด?” กงซุนชารู้สึกหัวใจเต้นกระหน่ำ รัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในใจลอบสบถด่า บัดซบ เจ้าคนซื่อสัตย์เชื่อฟังผู้นี้ ช่างรู้วิธีกระตุ้นความกระหายใคร่รู้ของผู้คนเสียจริง!ในเวลานี้เอง มันจู่ๆ ได้ยินเสียงกรีดร้องของฉุนอวี๋เฉิง ต้องใจหายวาบ รีบวนเข้าไปดูข้างหน้าเห็นฉุนอวี๋เฉิงหน้าแดงฉาน หงายหลังฟาดลงมาตรงๆ อย่างกับท่อนไม้ท่อนหนึ่งนี่ นี่มัน…นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…กงซุนชายืนตะลึงงันอยู่กับที่ ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อยจั่วม่อออกมาจากถ้ำหินหนืดอย่างพออกพอใจ ฝั่าด่านหนิงม่ายสำเร็จ ความวิตกกังวลในใจก็ล