่าอสูรแยกราตรีหรือปิศาจจันทรา หากเผชิญกับหนิงม่ายพวกเจ้า พวกมันสามารถต่อสู้หนึ่งต่อสามได้สบาย!” ดวงตาสีเลือดของมันจู่ๆ ก็ไหววูบ “สภาพแวดล้อมในการเติบใหญ่ของพวกมันโหดร้ายกว่าพวกเจ้ามาก”“แล้วเป็นไร?” จั่วม่อยังไม่คล้อยตาม “อาณาจักรนภาจันทร์มีจินตัน!”ผูเยายักไหล่อย่างเฉื่อยชา “นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ข้ากล้าเดิมพัน… ไม่ ข้ากล้ารับประกันว่าเหล่าตัวประหลาดเฒ่าของสำนักเจ้าจะต้องวางแผนอพยพออกไปแน่ๆ ผู้ใดจะยินดีสละตัวเองเพื่อหยุดยั้งกองทัพอสูรปิศาจให้แก่ผู้อื่น?”“ภูเขาสุญตาเป็นรากฐานของสำนักเรา…”“เจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้ว!” วาจาผูเยาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยเสียดสี “ก็แค่ภูเขาน่าสมเพชลูกหนึ่งเท่านั้น ขอเพียงพวกมันยังมีผู้คนอยู่ในมือ มีที่ใดไม่สามารถไป? ไม่มีภูเขา พวกมันสามารถแย่งชิงภูเขาของผู้อื่น”คล้ายเข้าใจถ้อยคำของผูเยาตั้งแต่แรก แต่มันเพียงแค่ไม่ยินยอมเชื่อ จั่วม่อนิ่งไปนาน ไม่อาจกล่าววาจาใดอีก“รีบเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ” ผูเยาสั่นศีรษะ “ช่วงนี้ข้าไม่ค่อยว่าง อย่าได้รบกวนข้า”กล่าวจบคำก็หายวับไปจั่วม่อยืนเลื่อนลอยอยู่กับที่ ครึ่งค่อนวันกว่าจะฟืนคืนสติ มันไม่สามารถคิดอะไรได้ผู้ใดจะเชื่อ เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ แนวรบทั้งหมดในมหานครนภาโลหิตกลับแตกพ่ายยับเยิน! นี่เป็นข่าวสารที่มันแลกเปลี่ยนมาจากฟูั่ฟง ว่ากันว่าทัพอสูรปิศาจจู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมา โหมจู่โจมจากบริเวณปีกด้านข้าง นำไปสู่การล่มสลายอย่า