อีกาทองคำ ทำให้จั่วม่อเสียใจไม่น้อย อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกมันจะอำลาไป จั่วม่อร้องขอให้พวกมันช่วยกระจายข่าวเรื่องไฟอีกาทองคำออกไปด้วย ฟูั่ฟงย่อมไม่ปฏิเสธจั่วม่อเฝั้ามองฟูั่ฟงกับพวกจากไปไกล“เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป?” ผูเยาถามอย่างกะทันหันจั่วม่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นระบายลมหายใจยาวเหยียด ราวกับปรารถนาจะปัดเปั่าความเศร้าสร้อยมืดมนทั้งหมดออกไปจากใจ “ก็คงต้องต้องเดินไปทีละก้าว”ผูเยายิ้มเย็นเยียบ “จริงๆ แล้วเจ้าไม่ได้รับข่าวสารใดๆ จากสำนักเลยแม้แต่น้อย จุ๊จุ๊ ดูเหมือนตัวประหลาดเฒ่าเหล่านั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับเจ้าเลย!”จั่วม่อเงียบกริบ“รีบบินกลับไปดีหรือไม่?” ผูเยาไม่ได้เห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย“เวลาไม่มากพอ” จั่วม่อสั่นศีรษะ จากเกาะแมกไม้รกร้างกลับไปยังภูเขาสุญตาต้องเดินทางติดต่อกันหลายเดือน“เจ้าไม่ต้องวิตกเกินไป” ผูเยากล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ “ต่อให้อสูรปิศาจมาถึง ก็จะเป็นแค่หน่วยเล็กๆ ซึ่งอาจจะมีเพียงอสูรแยกราตรีกับปิศาจจันทราเท่านั้น ไม่สามารถก่อกวนคลื่นลมอันใดได้”“อสูรแยกราตรีกับปิศาจจันทรา? พวกมันแข็งแกร่งมากหรือ?” จั่วม่อถามอย่างกระหายใคร่รู้ มันไม่ค่อยล่วงรู้เรื่องของอสูรปิศาจมากนัก“แค่แมลงตัวน้อย” ผูเยาเบ้ปาก “เทียบได้กับหนิงม่ายกระมัง”“แล้วไฉนทุกคนพากันหลบหนีเล่า?” จั่วม่อไม่อาจเข้าใจได้ “หากพวกมันเพียงใกล้เคียงกับหนิงม่าย เราสามารถเข่นฆ่าพวกมันทั้งหมด!”ผูเยาแสยะยิ้มเหยียดหยาม “ไม่ว