งอย่างกะทันหัน มันล่วงรู้ว่าลูกสมุนคนสุดท้ายนั้นไม่มีทางรอดชีวิตจริงดังคาด เห็นปราณกระบี่เหลือคณานับรวมตัวกันเป็นกระบี่ยักษ์เล่มหนึ่ง ตวัดฟันใส่สายโซ่ที่หมุนวนห่อหุ้มร่างคนถือเคียวโซ่อย่างหนักหน่วงสายโซ่ที่กระบี่บินยากระคายผิว เมื่อเผชิญปราณกระบี่อันจดจ่อรวมรั้งนี้ กลับเปือยยุ่ยดุจดินเหลว สหายผู้นั้นไม่ได้มีเวลาแม้แต่จะขยับตัว ก็ถูกฟันขาดเป็นสองส่วนในบัดดล!ทั้งห้าคนล้วนจบสิ้น!บึม จนถึงขณะนี้ ลูกไฟอีกาทองคำขนาดมหึมาเพิ่งพังพินาศ ประกายไฟสีทองสาดกระจายไปทุกทิศทางท่ามกลางสะเก็ดไฟสีทองพร่างพรมดุจห่าพิรุณเต็มฟั้า เห็นบุรุษหนุ่มผอมแห้งถือธงดำที่ใหญ่โตกว่าตัวมันหลายเท่า ยืนหยัดอย่างทระนงในวงล้อมของปราณกระบี่ห้าสี ชั่วพริบตานั้นมันคล้ายสูงใหญ่ตระหง่านง้ำ อหังการอย่างบอกไม่ถูก!ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา ไม่มีใครกล้าขยับตัว!กองโจรลมดำทั้งหมดอดม่านตาหดแคบลงไม่ได้ ความดูแคลนทั้งมวล ความดูหมิ่นเหยียดหยามทั้งมวล ความเชื่อมั่นทั้งมวลของพวกมัน ในเวลานี้ล้วนเหลวไหลน่าขบขันแทบตายทั้งสิ้น!บนท้องฟั้าเหนือเกาะแมกไม้รกร้าง สุ้มเสียงเดียวที่ยังหลงเหลือคือเสียงลมพัดเท่านั้นเว่ยหยงผู้สั่นสะท้านดุจลูกเต๋าถูกเขย่า ทันใดนั้นตาเบิกโพลง ร้องตะโกนออกมาสุดเสียง “นึกออกแล้ว! ข้าจำได้แล้ว…มัน…มันคือจั่วม่อ! มันต้องเป็นจั่วม่อ!”เสียงกรีดร้องแตกตื่นแทบสิ้นสติ ในความเงียบงันเสมือนตายนี้ ทั้งรุนแรงและชัดเจน บาดหูเป็นพิเศษไกลอ