ส่วนคนอื่นๆ คล้ายหวาดเกรงคนทั้งสามไม่น้อย พาตัวอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยตามสัญชาตญาณกุ่ยฟงดวงตาเรืองแสงสีเขียวน่าขนลุกกว่าเดิม ระดับพลังบำเพ็ญเพียรก็ลึกล้ำกว่ากาลก่อนไม่รู้ว่าเท่าใด สุ้มเสียงแหบแห้งตอบว่า “มันยังไม่ได้เข้าสู่ด่านหนิงม่าย”ประโยคนี้ย่อมหมายถึงจั่วม่อ ในวาจาบ่งบอกความนัยอย่างชัดเจนชายหน้าเหลืองผู้นี้มีที่มาอย่างไร กุ่ยฟงไม่มีเบาะแสแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่มันทราบคือคนผู้นี้เรียกตัวเองว่าฟูั่ฟง (เกาะติดยอดเขา – ฟงคำนี้แปลว่ายอดเขา คนละคำกับฟงของกุ่ยฟงที่แปลว่าลม)กุ่ยฟงฝึกปรือเคล็ดกระบี่ภูตพรายน้อย ลี้ลับคลุมเครือเป็นที่สุด แม้ว่ามันมีพรสวรรค์โดดเด่น ทว่าเคล็ดกระบี่ภูตพรายน้อยนี้ไม่ได้สมบูรณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม หวังจะรุดหน้าไปเรื่อยๆ สำหรับมันแล้วลำบากยากเข็ญยิ่ง ในเวลานั้นเอง ฟูั่ฟงมอบเคล็ดวิชาให้แก่มันวิชาหนึ่ง เรียกว่า ‘ตะปูต้องสาปเก้าภูตพราย’ เคล็ดวิชาที่มันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเล่มนี้ ทำให้มันตัดสินใจเข้าร่วมกับฟูั่ฟงโดยไม่ลังเลแม้แต่แวบเดียวแต่เมื่อมันเห็นฉางเหิงอยู่ในกลุ่มด้วย อดตกตะลึงอยู่บ้างไม่ได้ มันคาดเดาได้ว่าฉางเหิงสมควรตกอยู่ภายใต้สถานการณ์เดียวกันกับมัน เพียงแต่ไม่ทราบว่าเคล็ดวิชาที่ฟูั่ฟงใช้ดึงดูดใจฉางเหิงเป็นวิชาอันใดส่วนเหล่าซิวเจ่อด่านจู้จีเหล่านี้ มันไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่น้อย อันที่จริงยังรู้สึกว่าคนเหล่านี้ล้วนใช้การไม่ได้ หากเทียบกับมันกับฉางเหิง ชนชั้นจ