เจาะพอดีกับความกระหายอยากของจั่วม่อ ข้อเท็จจริงที่ว่ามันฝึกปรือจนสำเร็จด่านร่างภูผาโดยไม่รู้ตัว ยังพิสูจน์ชัดว่ามันมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ แทนที่จะเสี่ยงเดิมพันกับผูเยาที่ไม่น่าเชื่อถือ มิสู้ยืนหยัดอยู่กับสิ่งดีๆ ที่มันมีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องคิดถึงการก้าวหน้าไปสู่ด่านพลังที่ลึกล้ำกว่านี้ ขอเพียงสามารถบรรลุถึงระดับชั้นที่มันเคยเหยียบย่างเข้าไปเมื่อตอนฝั่าด่านก็เพียงพอแล้ว มันเชื่อว่าด้วยพลังนี้ แม้แต่ในช่วงเวลาอันยุ่งเหยิงยากลำบากเช่นนี้ มันก็ยังมีความสามารถพอที่จะเอาชีวิตรอดได้ขบคิดไตร่ตรองอยู่หลายวัน สุดท้ายก็ตัดสินใจเรียบร้อย จั่วม่อแล่นเข้ามายังทะเลแห่งจิตสำนึก ตระเตรียมปฏิเสธผูเยาเต็มที่ แต่แล้วกลับต้องมาตะลึงลานกับประโยคสั้นๆ ที่ลอยขึ้นมาบนปั้ายหินสุสานอย่างลี้ลับจั่วม่อในใจอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกแปลกพิกล นี่ราวกับว่าปั้ายหินสุสานใต้บั้นท้ายของผูเยา ที่แท้เป็นสิ่งมีชีวิต หรือไม่ก็สิ่งนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ความคิดนี้เหลวไหลเกินไป ไร้สาระเสียจนแม้แต่จั่วม่อยังรู้สึกน่าหัวร่อ หลายวันมานี้เป็นมันขบคิดวุ่นวายเกินไป จนเห็นภาพลวงตาหรือสายตาเลอะเลือนไปเองหรือไม่?ขยี้ตามองอีกที ประโยคสั้นๆ บนปั้ายหิน ใหญ่โตสะดุดตายิ่งไม่ใช่เข้าใจผิดไปเองแล้ว!“เจ้าตกลงใจว่าอย่างไร?” สุ้มเสียงเฉื่อยชาของผูเยาพลันดังขึ้นข้างหูจั่วม่อสะดุ้งเฮือก เหลือบมองแวบหนึ่ง เห็นประโยคบนปั้ายหินสุสานค่อยๆ จางลงในชั่วพริบต