า ถ้อยคำอันโดดเด่นสะดุดตาก็เลือนหายไปสิ้นหลุมศพนี้ยังมีชีวิตจริงๆ หรือ?จั่วม่อคิดอย่างเลอะเลือน ปากก็กล่าวบอกปัด “อา ข้าได้ขบคิดมาเป็นเวลานานแล้ว…”รอประเดี๋ยว! หากหลุมศพนี้ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ เช่นนั้น…ทันใดนั้น มันนึกขึ้นได้ว่าตอนที่พบพานผูเยาเป็นครั้งแรก มันอยู่ในสภาวะหมดสติขณะที่กำลังเลอะเลือนเลื่อนลอย มันได้ยินสุ้มเสียงเก่าแก่โบราณ อ้างว้างและเข้มงวด ทีแรกมันหลงคิดว่านั่นย่อมเป็นผูเยา แต่เมื่อหวนทบทวนในยามนี้ สุ้มเสียงนั้นเข้มงวดทรงอำนาจยิ่ง แตกต่างจากท่วงท่าวาจามีเสน่ห์ เปียมมนต์ขลังของผูเยาอย่างสิ้นเชิง มันมองข้ามความย้อนแย้งนี้มาโดยตลอด เนื่องเพราะในทะเลแห่งจิตสำนึกนี้ นอกจากผูเยาแล้วก็ไม่เคยมีผู้ใดอีกครั้งก่อนเมื่อวัชรสูตรน้อยปรากฏขึ้นบนปั้ายหินสุสาน มันยังคงไม่ได้รู้สึกสะกิดใจแต่อย่างใด‘ตอบตกลงกับมัน’ประโยคนี้ นอกเหนือจากสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญา ไม่ว่าจะเป็นยุทธภัณฑ์เวทที่เลิศล้ำปานใด ก็ไม่อาจกล่าววาจาที่เต็มไปด้วยลักษณาการเยี่ยงมนุษย์เช่นนี้ยิ่งคิดมากเท่าใด มันก็ยิ่งรู้สึกว่าหลุมฝังศพยังคงมีชีวิตอยู่มากขึ้นเท่านั้นจั่วม่อความคิดหมุนเร็วรี่ เป็นธรรมดาที่ไม่สามารถกล่าววาจาสืบต่อได้ รวมกับสายตาเหม่อลอย นี่ทำให้มันในวันนี้ดูทึ่มทื่อเป็นพิเศษผูเยาขมวดคิ้ว “แล้วอย่างไรเล่า?”จั่วม่อตอบตามจิตใต้สำนึก “ข้ายังต้องคิดทบทวนดูก่อน” มันไม่สนใจผูเยา ทรุดนั่งลงบนพื้น จะอย่างไรถ้อยคำบนปั