(หมายถึงดึงเข้ามาร่วมหัวจมท้ายด้วย)“ฉุนอวี๋เฉิง* ศิษย์พี่เรียกหาเจ้า” ใครบางคนตะโกนบอก(*ฉุนอวี๋เป็นแซ่สองตัว เฉิง-ยินยอม)“ทราบแล้ว” ฉุนอวี๋เฉิงปากรับคำ มือก็วางตัวอ่อนแมลงลงไปยังค่ายกลเพาะเลี้ยงจากนั้นลุกขึ้นยืน ปาดเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ปีนี้มันอายุยี่สิบสี่ รูปโฉมหล่อเหลาสง่างามคิ้วดุจกระบี่ดวงตาดุจดวงดารา เป็นบุคคลอันแน่วแน่มั่นคงผู้หนึ่ง แม้ว่าจะเพิ่งเข้าสู่สำนักได้ไม่นาน ก็มีศิษย์สตรีหลายนางทอดไมตรีให้ แต่มันปฏิเสธไปทีละนางเทียบกับเรื่องรักใคร่ฉันท์บุรุษสตรี มันสนอกสนใจต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณมากกว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรของฉุนอวี๋เฉิงเรียกได้ว่าธรรมดาสามัญเท่านั้น มันเพิ่งทะลวงผ่านด่านจู้จี แต่ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนมัน มันอายุเพียงยี่สิบสี่ปี แต่ได้รับปั้ายหยกขาวของผู้สื่อสารสัตว์ร้าย แม้ว่าไม่สามารถยกขึ้นเปรียบเทียบกับจั่วม่อได้ แต่ก็นับเป็นบุคคลมากพรสวรรค์ผู้หนึ่ง ปั้ายหยกของสมาคมผู้สื่อสารสัตว์ร้ายแบ่งออกเป็น งูขาว เห่าดำอสรพิษคราม และมังกรแดง ในสายอาชีพผู้คนมักนิยมกล่าวแทนด้วยสี ดังนั้นปั้ายหยกงูขาวมักจะเรียกง่ายๆ ว่าปั้ายหยกขาวในกองกำลังของจั่วม่อ มีอยู่สามคนที่ครอบครองปั้ายหยกของสายอาชีพ หนึ่งจั่วม่อสองฉุนอวี๋เฉิง ส่วนคนสุดท้ายเรียกว่ากงซุนชา* ผู้ได้รับปั้ายหยกของคนฆ่าสัตว์ ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่ากงซุนชาที่ดูขาวผ่องสะอาดสะอ้าน รูปโฉมดุจบัณฑิตคงแก่เรียน จะเป็นคนฆ่าสัตว์มืออาชีพ ว่