เดินบนภูเขาเพียงลำพัง ไม่มีผู้ร่วมทางสักคน จนกระทั่งไปถึงทางแยกของเส้นทางภูเขา ค่อยพบเห็นศิษย์อื่นสี่คนเพียงแต่…จั่วม่อไม่รู้จักพวกมันแม้แต่คนเดียว สิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า คือพวกมันทั้งสี่ล้วนอยู่ในด่านจู้จี ถึงกับมีคนหนึ่งพลังบำเพ็ญเพียรลึกล้ำกว่ามันเสียอีก คนเหล่านี้เป็นใคร? ไฉนเข้ามายังภูเขาด้านหลังของสำนักมันได้?จั่วม่อลอบระวังปั้องกันเมื่อศิษย์ทั้งสี่พบเห็นจั่วม่อ พวกมันทีแรกตะลึงงัน จากนั้นประสานมือคำนับโดยพร้อมเพรียง ปากตะโกนทักทาย “คารวะศิษย์พี่จั่ว!”ศิษย์พี่จั่ว? เช่นนั้นก็หมายความว่าสำนักเพิ่งรับศิษย์เข้ามาใหม่? จั่วม่อนึกฉงน แต่คำถามของมันย่อมไม่เผยเค้าความงุนงงออกมา “พวกเจ้าไม่คุ้นหน้าเลย เข้าสำนักกระบี่สุญตาตั้งแต่เมื่อใดกัน?”คนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรลึกล้ำที่สุดในหมู่คนทั้งสี่ก้าวออกมา อธิบายอย่างนอบน้อมว่า “พวกเราเคยเป็นศิษย์สำนักกระบี่อานุภาพ สองเดือนก่อนเข้าร่วมสำนักกระบี่สุญตาอย่างเป็นทางการ รับคำสั่งท่านเจ้าสำนักเผยเหยียนหรานให้เฝั้าระวังหุบเขาด้านหลัง”จั่วม่อฟังวาจาเหล่านี้ ในใจยิ่งสับสนงุนงงกว่าเดิม ถามอย่างแปลกใจว่า “หากพวกเจ้าเป็นศิษย์สำนักกระบี่อานุภาพ ไฉนตัดสินใจเข้าร่วมสำนักเรา?”คนทั้งสี่สบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นอธิบายอย่างยิ้มแย้ม “ศิษย์พี่ปิดด่านฝึกตน อาจไม่ทราบการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟั้าคว่ำดินในสำนัก ที่จริงไม่ใช่แค่สำนักกระบี่อานุภาพ แต่สำนักโดยรอบตงฝู