เกือบครึ่ง ล้วนผสานรวมเข้ากับสำนักของเรา”จั่วม่อพอฟังก็ตะลึงลานทั้งสี่เห็นจั่วม่อเหม่อลอยงุนงง ก็ไม่กล้ารบกวนมัน อย่าได้เห็นว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรของพวกมันแทบไม่แตกต่างกัน แต่สถานะในสำนักกลับแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงท่านเจ้าสำนักแม้ไม่มีชื่อในเรื่องการถือพวกพ้อง แต่สำหรับศิษย์สำนักสุญตาดั้งเดิม การขยายอำนาจครั้งนี้ ย่อมส่งผลให้สถานะของพวกมันพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงยิ่งไปกว่านั้น จั่วม่อผู้นี้หาใช่ศิษย์สำนักกระบี่สุญตาธรรมดาสามัญไม่ แต่เป็นหนึ่งในเหล่าศิษย์เอกตามที่บรรดาศิษย์สำนักสุญตาดั้งเดิมเล่ามา ตำแหน่งของจั่วม่อยังเหนือล้ำกว่าศิษย์พี่หลัวหลีเสียอีก พวกมันย่อมไม่กล้าล่วงเกินศิษย์พี่สารรูปพึลึกผู้นี้ ในงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่ จั่วม่อโด่งดังสะท้านอาณาจักร ทุกผู้คนล้วนรู้จักใบหน้าแข็งทื่อดุจผีดิบอันเป็นปั้ายยี่ห้อของมัน พวกมันทั้งสี่เพียงเห็นแวบแรกก็จดจำได้ทันทีในเวลานี้พวกมันค่อยเข้าใจกระจ่าง ที่แท้ด้านหลังภูเขาเป็นสถานที่ปิดด่านฝึกตนของจั่วม่อ นับตั้งแต่พวกมันรับคำสั่งท่านเจ้าสำนักมาเฝั้าระวังสถานที่แห่งนี้ อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ หลังภูเขามีสิ่งใดลึกลับเป็นพิเศษหรือไร ท่านเจ้าสำนักจึงต้องส่งพวกมันทั้งสี่มาเฝั้าปกปั้องดูแล อีกทั้งทุกช่วงระยะเวลาหนึ่ง ต้าซือเจี่ยหลี่อิงฟั่งจะมาเยี่ยมเยือนเป็นประจำ แต่ความลับภายในไม่เคยเอ่ยปากบอกผู้ใดพวกมันเพิ่งจะเงียบงันกันไป แสงปราณ