ขณะที่จั่วม่อกำลังตะลึงลาน ไม่ทราบจะทำอย่างไร ภายนอกค่ายกล อู่หลิงซ่านเหรินสีหน้าท่าทีภาคภูมิใจอย่างยิ่ง“ค่ายกลนี้ใช้เจตจำนงกระบี่ของสหายเต๋าซินหยานที่แข็งแกร่งที่สุด ปกปั้องจุดศูนย์กลาง และมีเจตจำนงกระบี่ของพวกเราทั้งสี่อยู่ในตำแหน่งสำคัญ น้ำพุปราณเก้าแห่งเป็นเส้นทาง แทรกซอนไปตลอดทั้งค่ายกล เพื่อให้เจตจำนงกระบี่กำเนิดใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด เจตจำนงกระบี่ทั้งห้าก่อเกิดทำลายล้างซึ่งกันและกัน หากไม่บรรลุเจตจำนงกระบี่ขั้นหัวใจแปลง ชั่วชีวิตนี้ไม่สามารถหาทางรอดออกมาได้ ต่อให้เป็นชนชั้นจินตัน แต่หากเจตจำนงกระบี่ของพวกมันระดับไม่สูงพอ ยังคงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน หากคิดทำลายค่ายกลด้วยพละกำลังซึ่ง หน้า เท่ากับแส่หาที่ตาย!”เผยเหยียนหรานกล่าวยกย่อง “ค่ายกลที่ซ่านเหรินก่อตั้งขึ้นน่าอัศจรรย์ใจนัก ใช้เจตจำนงกระบี่ก่อตั้งค่ายกล ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน!”อู่หลิงซ่านเหรินในใจภาคภูมิใจ แต่ภายนอกไม่ได้เสียกิริยา กล่าวอย่างสุภาพว่า“หากมิใช่เป็นความต้องการของสำนักท่าน ข้าก็คงไม่สามารถคิดวิธีการเยี่ยงนี้ได้”จากนั้นทอดถอนคราหนึ่ง “ในวันนั้นข้าเป็นผู้ตัดสิน เฝั้าชมดูการต่อสู้ของจั่วม่อโดยตรงกล่าวตามความสัตย์ ช่างน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง แต่สหายเต๋าซินหยานกล่าวไม่ผิด พวกเราเป็นเซียนกระบี่ ย่อมต้องฝึกปรือกระบี่! แต่ข้านึกไม่ถึงว่าสำนักท่านจะยอมจ่ายมากมายถึงเพียงนี้เพื่อศิษย์ผู้เดียว ถือกำเนิดในสำนักเช่น