นี้ จั่วม่อโชคดีเสียจริง!”เผยเหยียนหรานสั่นศีรษะ “เงินกับยุทธภัณฑ์เวทอาจสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้คน ผู้คนอยู่ที่ใด สำนักอยู่ที่นั่น ผู้คนเข้มแข็ง สำนักก็เข้มแข็ง ในเมื่อมันเป็นศิษย์สำนักเรา เช่นนั้นเรื่องนี้ย่อมเป็นภาระของพวกเรา ข้าเพียงหวังให้มันเลิกหลงทางและหวนกลับสู่มรรคาที่ถูกต้อง โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นนั้นก็ไม่เสียแรงที่พวกเราทุ่มเทแล้ว”อีกสามคนมีสีหน้าดุดันจริงจังอู่หลิงซ่านเหรินในใจบังเกิดความนับถือเลื่อมใสต่อคนเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง “เจ้าสำนักเผยมั่นใจได้ เด็กผู้นี้เฉียบแหลมเฉลียวฉลาด จะต้องเข้าใจความปรารถนาดีของพวกท่านอย่างแน่นอน”เผยเหยียนหรานหัวร่อ “หากซ่านเหรินท่านไม่ช่วยเหลือ พวกเราก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร เด็กเหลือขอผู้นี้น่าปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างแท้จริง!”“อย่าได้เกรงใจ นี่หาได้ลำบากอันใด รอจนผ่านการขัดเกลา มันจะเข้าใจอย่างชัดแจ้ง โลกนี้แม้มีหมื่นพันวิถี แต่มีเพียงมรรคากระบี่จึงจะเป็นวิถีที่ถูกต้องเที่ยงแท้ หนึ่งกระบี่สะบั้นสรรพสิ่ง ต่อหน้าเจตจำนงกระบี่ ฝีมือทั้งหลายของมันล้วนเป็นเพียงเศษกระดาษเท่านั้น” อู่หลิงซ่านเหรินกล่าวอย่างทระนง มันกล้ากล่าววาจาเช่นนี้มิใช่เพราะว่ามันเชื่อมั่นในค่ายกลของตน แต่เป็นเพราะเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อเจตจำนงกระบี่ของคนทั้งสี่เบื้องหน้านี้ต่างหากมันเคยได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวกับสี่ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่สุญตามาก่อน หยานเล่อช่