จู้จีผู้หนึ่ง นี่ทำให้มันไม่อาจรู้สึกถึงรสชาติของความสำเร็จได้เต็มที่อย่างไรก็ตาม เพื่อฉวยโอกาสคราวนี้ เพาะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสำนักกระบี่สุญตา อู่หลิงซ่านเหรินย่อมยินดีที่จะทำทุกอย่าง ยิ่งได้เห็นพลังอันน่าพรั่นพรึงของบุคคลทั้งสี่ มันยิ่งบังเกิดความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปียมต่ออนาคตอันโชติช่วงของสำนักกระบี่สุญตา เหล่าผู้อาวุโสเข้มแข็ง ทั้งยังใส่ใจฟูมฟักศิษย์ของพวกมัน ศิษย์เหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะบุรุษ สำนักเช่นนี้ มันนึกหาเหตุผลที่จะไม่พุ่งทะยานขึ้นไม่ได้จริงๆเผยเหยียนหรานเห็นใบหน้าเหน็ดเหนื่อยของทุกคน แย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “เด็กเหลือขอนี้มักเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพวกเราเสมอ เวลานี้ปล่อยให้มันเล่นสนุกด้วยตัวเองอย่างช้าๆ ไปก่อน ไปเถอะ พวกเราสมควรได้พักผ่อนคลายกันเสียที ซ่านเหรินจะได้ทดลองลิ้มรสชาปราณของข้าด้วย”อู่หลิงซ่านเหรินรีบเห็นพ้องทันทีจั่วม่อไม่ล่วงรู้อย่างสิ้นเชิงว่าผู้อาวุโสล้วนจากไปแล้ว มันไม่กล้าขยับตัวสักนิดเนื่องเพราะมันคุ้นเคยกับมังกรผู้ยิ่งใหญ่ผู้กำลังเคลื่อนผ่านด้านหน้ามันเป็นอย่างดีมันเคยถูกเจ้าสิ่งนี้สับสังหารนับครั้งไม่ถ้วน คุ้นเคยจนไม่อาจคุ้นเคยไปมากกว่านี้อีกแล้วเจตจำนงกระบี่ของอาจารย์ลุงรอง!จั่วม่อกัดฟันแน่น ทันใดนั้นเงยหน้าขึ้น ร่ำร้องโอดครวญ “ซือฟูั่! ศิษย์ผิดไปแล้ว!ศิษย์จะปรับปรุงตัวเอง ปล่อยศิษย์ออกไปเถอะ…”ท่านอาจารย์อาจดูเย็นชา แต่นางห่วงใยกังวลกับ