“อย่าได้ลืมเลือน…”“ต่อให้ต้องตาย ก็มิอาจลืม…”จั่วม่อค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ ปฏิกิริยาแรกที่มันพบคือความเจ็บปวด! กระดูกในร่างคล้ายลั่นกรอบไปทั้งกาย เพียงขยับตัวเล็กน้อยก็ปวดลึกถึงขั้วหัวใจ เจ็บร้าวไปถึงกระดูกดำ มันค่อยนอนนิ่งๆ เรียบๆ ร้อยๆ ขึ้นมาทันทีกลิ่นสมุนไพรอันคุ้นเคยกำซาบนาสิก จั่วม่อทราบในฉับพลันว่ามันอยู่ที่ใดอนิจจา ชีวิตช่างขมขื่นเสียจริง ดูเหมือนว่าต่อสู้ครั้งใด มันล้วนมาจบลงที่เรือนขิงหอม มิหนำซ้ำครั้งนี้ยังหนักหนาสาหัสกว่าครั้งก่อนๆ มาก“แค่กๆ ศิษย์น้อง เจ้าฟืนแล้ว”ทันใดนั้นเสียงคุ้นหูดังมาจากทางด้านขวาศิษย์พี่ใหญ่? จั่วม่อหันหน้าไปมองทางขวาอย่างลืมตัว เพียงขยับเท่านั้นเอง เสียงสูดปากดังลั่น เจ็บปวดเหลือเกิน!มันตัวสั่นสะท้านอยู่นาน แล้วค่อยๆ หันหน้าอย่างยากลำบาก พอเห็นร่างบนเตียงทางด้านขวามือ ไม่ไกลออกไปนัก ก็พลันตะลึงงันบนเตียงที่มีเสียงของศิษย์พี่ใหญ่ดังมา เห็นคนผู้หนึ่งนอนอยู่ ตั้งแต่หัวจรดเท้าห่อหุ้มเต็มไปด้วยผ้าพันแผล มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่โผล่ออกมา“ศิษย์พี่ใหญ่? ฮะ ใช่ท่านหรือไม่?” จั่วม่อชักไม่มั่นใจ คนผู้นี้ถูกห่อไว้อย่างกับบ๊ะจ่างลูกโต จะใช่ศิษย์พี่ใหญ่ผู้อาจหาญไร้เทียมทานของมันจริงๆ หรือ?“อืม ข้าเอง” บุรุษใต้ผ้าพันแผลตอบรับ มันเป็นเหวยเสิ้งจริงๆ กล่าวสืบต่อว่า “เจ้าหมดสติไปนานมาก พวกเราทุกคนห่วงกังวลยิ่ง”“ศิษย์พี่ใหญ่ ผู้ใดทำร้ายท่านถึงเพียงนี้?” จั่วม่อถามอ