ย่างไม่อยากจะเชื่อ“ฮ่าฮ่า ข้าต่อสู้กับกู่หรงผิง นี่ย่อมเป็นฝีมือของมัน” เหวยเสิ้งตอบอย่างผ่อนคลายจั่วม่อยังคงแทบเชื่อไม่ลง “เด็กน้อยหน้าขาวนั่นไม่สมควรร้ายกาจถึงเพียงนี้กระมัง!”“สภาพมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้าเท่าใด” เหวยเสิ้งแย้มยิ้ม “ในตอนสุดท้าย ข้าฟันมันรวดเดียวสิบสองกระบี่ติดต่อกัน”พอฟัง จั่วม่อเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ฟันรวดเดียวสิบสองกระบี่… ต่อให้เด็กน้อยหน้าขาวนั้นเป็นหัวผักกาดขนาดยักษ์ ก็มิใช่ถูกสับเป็นไม้จิ้มฟันไปแล้วหรือ? แต่มันไม่รู้สึกเหนือคาดแต่อย่างใด คิดว่าสมควรเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ในบรรดาคนรุ่นเดียวกัน ยังจะมีผู้ใดสามารถเล่นงานศิษย์พี่ใหญ่จนถึงขั้นไม่อาจตอบโต้ได้?แม้ว่าเหวยเสิ้งจะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่จั่วม่อเคารพเทิดทูน แต่พอเห็นศิษย์พี่ใหญ่ยังอยู่ในสารรูปน่าอนาถกว่ามันเสียอีก อารมณ์ขุ่นมัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสของมัน พลันกลายเป็นอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็นอ้า นี่สิพี่น้องในยามยาก…ทันใดนั้น เหวยเสิ้งจู่ๆ ตะโกนถามไปยังอีกฟากข้างของจั่วม่อ “ศิษย์น้องหลัว วันนี้เจ้าสบายขึ้นแล้วหรือไม่?”จั่วม่อหมุนคอไปทางซ้ายอย่างลืมตัวบนเตียงด้านซ้ายมือของมัน เห็นหลัวหลีนอนแผ่เหยียดยาว ถึงแม้ว่าคล้ายไม่ร้ายแรงเท่าศิษย์พี่ใหญ่ แต่ดูหมองคล้ำ สีหน้าซีดเผือด มองปราดเดียวก็ทราบว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แท้…มีพี่น้องในยามยากอยู่ตรงนี้อีกคน… จั่วม่อตะลึงลานหลัวหลีเมื่อมองมายังจั่วม่อ สีหน้าแปลกพิกลอยู่บ้าง จั่วม่อน