ึกขึ้นได้ทันที ว่าผู้ที่ทำร้ายหลัวหลีบาดเจ็บ ดูเหมือนจะเป็นตัวมันนี่เอง สภาวะรู้แจ้งอันอัศจรรย์พันลึกแม้หายไปในตอนสุดท้าย แต่จั่วม่อจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงเวลานั้นได้อย่างชัดเจนหากใบหน้าของจั่วม่อแสดงอารมณ์ได้ เกรงว่ายามนี้สีหน้ามันคงแปลกพิกลยิ่งกว่าหลัวหลีเสียอีกเนื่องเพราะเวลานั้นตกอยู่ในสภาพแปลกพิสดาร จึงสำแดงพลังออกมามากกว่าความสามารถปกติของมัน หากตอนนี้ ให้มันรักษาตัวจนทุเลาหายดี แล้วก่อตั้งค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์เจ็ดสิบสองค่ายกลย่อยขึ้นอีกครั้ง จากนั้นทดลองใช้สำเนียงพิฆาตระฆังจันทราอีกหน เกรงว่ากระทำสิบรอบ อาจประสบความสำเร็จแค่รอบเดียวเท่านั้น“ศิษย์พี่สบายขึ้นหรือไม่?” หลัวหลีหลีกเลี่ยงสายตาของจั่วม่อ หันไปถามเหวยเสิ้งแทน นิสัยใจคอของมันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แม้ว่าเหวยเสิ้งเคยเป็นข้ารับใช้กระบี่ของมัน แต่เวลานี้เป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่สุญตาพลังอำนาจเข้มแข็ง สถานะก็ย่อมสูงส่ง กฎของสำนักเป็นเช่นนี้เสมอมาจนถึงยามนี้ ในสำนักกระบี่สุญตาไม่มีผู้ใดกังขาในความแข็งแกร่งของศิษย์พี่เหวยเสิ้ง เผชิญหน้าจั่วม่อ หลัวหลียังคงปรารถนาจะประชันฝีมือ แต่เผชิญหน้าเหวยเสิ้ง มันได้แต่ยอมศิโรราบแต่โดยดี“ดีขึ้นมาก” สุ้มเสียงของเหวยเสิ้งไม่คล้ายผู้ปั่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มันยังคงมองโลกในแง่ดีเช่นปกติ “อีกไม่นานคงทุเลาบ้างแล้ว”พวกมันทั้งสามล้วนรับบาดเจ็บปางตาย ขยับไปไหนไม่ได้ ได้