พรตห้าเนินเขา เว่ยเฟย – เหินบินแซ่เว่ย)“จั่วม่อผู้นี้ถูกกับรสนิยมข้าเสียจริง สิ่งที่มันวางแผนไว้เป็นเจ็ดสิบสองค่ายกลย่อยประเสริฐ ใจเด็ดไม่เบา” อู่หลิงซ่านเหรินกล่าวพลางหัวร่อ “วิธีก่อตั้งค่ายกลแม้ยังหยาบอยู่มาก แต่สำหรับเด็กน้อยด่านจู้จี มีความสำเร็จถึงขั้นนี้ ข้าอดชื่นชมไม่ได้จริงๆ”“ฮ่าฮ่า!” ได้ยินเช่นนี้ เว่ยเฟยกล่าวกระเซ้าเย้าแหย่ “น่าเสียดายที่เผยเหยียนหรานกับพวกจะไม่ยอมยกศิษย์ผู้นี้ให้แก่เจ้า อ๊า น่าเสียดายจริงๆ หากมันสามารถติดตามร่ำเรียนวิชาจากเจ้าสักสองปีสามปี ทางด้านวิชาค่ายกล เกรงว่าไม่มีผู้ใดในศิษย์รุ่นหลังสามารถประชันขันแข่งกับมันได้”อู่หลิงซ่านเหรินผู้นี้เป็นหนึ่งในเซียนกระบี่ที่หาได้ยาก เพราะมันเป็นเซียนกระบี่ที่มีฝีมือทางค่ายกล นี่เป็นเหตุผลที่เว่ยเฟยเย้าแหย่มันเช่นนี้อู่หลิงซ่านเหรินสั่นศีรษะ “ศิษย์ยอดอัจฉริยะเช่นนี้ ทางสำนักของมันมีหรือจะไม่ประคบประหงมมันเฉกเช่นสมบัติ?” ระหว่างถ้อยวาจา แฝงเร้นความเศร้าสลดอย่างลึกล้ำ มันปรารถนารับศิษย์ที่เหมาะสมมานานแล้ว แต่ไม่เคยพบพานคนที่ต้องตาแม้แต่ครั้งเดียว เหล่าศิษย์ที่มันรับไว้ในตอนนี้ พวกมันทุ่มเทฝึกปรือกระบี่อย่างหนักหน่วง ทว่าไม่มีผู้ใดสนใจวิชาค่ายกล อู่หลิงซ่านเหรินภาคภูมิใจในทักษะวิชาค่ายกลของมันที่สุด แต่เวลานี้กลับไม่มีผู้สืบทอด จะไม่ให้มันวิตกกังวลได้อย่างไร?หากสำนักกระบี่สุญตายินยอมให้จั่วม่อเข้าสู่สำนักของมันจริงๆ อู