เป็นแค่ซิวเจ่อด่านจู้จี ได้แต่พึ่งพาพลังจากภายนอก ยังจะสามารถประสบความสำเร็จอันใดได้?” บุรุษหน้าถมึงทึงแค่นเสียง“เป็นการดีที่มันมีพลังบำเพ็ญเพียรไม่สูงนัก” ชายจมูกอินทรีกล่าวอย่างอึมครึม“เจ้าคิดใช้กำลัง? อย่าลืมว่ามันมีศิษย์พี่ที่ร้ายกาจอยู่อีกผู้หนึ่ง!” คนหน้าเหี้ยมกล่าวพลางสั่นศีรษะ พวกมันทั้งสามหวาดวิตกสุดขีดกับพลังฝีมืออันเข้มแข็งของเหวยเสิ้ง“กำลังคนของเราไม่เพียงพอ ศิษย์พี่ของมันก็นับน่าสนใจไม่น้อย” ชายจมูกอินทรีกล่าวคนหน้าเหี้ยมยังคงสั่นศีรษะ “จั่วม่อยังอยู่ในด่านจู้จีเท่านั้น ไม่ว่าจะมีฝีมือทางค่ายกลสักเท่าใด ยังคงมีข้อจำกัดอยู่มาก”“ตราบเท่าที่มันมีพรสวรรค์ ก็ใช้การได้แล้ว” คนชุดแดงพลันเอ่ยแทรก “ที่นี่คือแดนคุนหลุน ไม่ใช่แดนเทียนหวน คิดเสาะหาซิวเจ่อที่มีฝีมือทางค่ายกลไม่ใช่เรื่องง่ายเหวยเสิ้งอาจร้ายกาจ แต่มันมีเพียงคนเดียว พวกเราสามพี่น้องยังจะต้องเกรงกลัวอันใด”บุรุษเสื้อแดงมีอิทธิพลที่สุดในหมู่พวกมันทั้งสาม ในเมื่อมันกล่าวเช่นนั้น อีกสองคนก็ไม่สิ่งใดต้องคัดค้าน อีกอย่าง สิ่งที่คนเสื้อแดงกล่าวก็เป็นความจริง มีซิวเจ่อมากมายรู้วิชาค่ายกล แต่ผู้ที่เรียกได้ว่ามีฝีมือจริงๆ มีน้อยยิ่งกว่าน้อย ผู้ที่มีชื่อเสียงบางคน หากไม่เรียกราคาสูงเกินไป ก็ไม่เต็มใจจะเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตนบุรุษหน้าถมึงทึงแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “นั่นก็ใช่แล้ว หากมันกล้ามีความคิดเป็นอื่นเช่นนั้นธงหยินบัวทมิฬที่เพ