!”ซินหยานในดวงตาเต้นเร่าด้วยคมมีดนับไม่ถ้วน สุ้มเสียงของมันคล้ายดังออกมาจากส่วนลึกของธารน้ำแข็ง หนาวเย็นจนผู้คนสั่นสะท้าน “ข้าจะสอนมันเองว่าเซียนกระบี่คือสิ่งใด!”เผยเหยียนหราน ผู้มีการบำเพ็ญจิตใจแข็งแกร่งที่สุด ยังรู้สึกใบหน้าร้อนฉ่าจนแทบไหม้ มันคล้ายได้ยินเสียงเสียงปั้ายวิญญาณบรรพบุรุษในโถงสุญตาทั้งหมดเด้งขึ้น เหล่าปรมาจารย์บรรพชนพากันตบอก กระทืบเท้าก่นด่า“น่าอับอาย อ๊า น่าอับอายขายหน้า…”“เสียศักดิ์ศรี อ๊า เสียศักดิ์ศรีหมดแล้ว…”“เจ้าศิษย์ไม่รักดี ข้า.. ข้าจะปีนออกจากโลงไปคิดบัญชีกับเจ้า…”เผยเหยียนหรานสั่นระริกไปทั้งร่าง มองในแผ่นภาพมายา เห็นจั่วม่อกำลังก่อตั้งค่ายกลของมันอย่างมีความสุข โดยปราศจากทีท่าว่าจะหยุดแม้แต่น้อย ลมหายใจคล้ายติดขัดอยู่ในลำคอเสียงดังคร่อกๆ ใบหน้าแดงก่ำดุจตับสุกร มือไม้สั่นเทาไปหมดในเวลานี้เอง ได้ยินเสียงไร้เดียงสาของเสี่ยวกั่วถามว่า“ไฉนบอกว่าศิษย์พี่น่าอับอาย? ค่ายกลของศิษย์พี่ดูท่าร้ายกาจแทบตายแล้ว!”เผยเหยียนหรานรู้สึกหน้ามืดวูบ แทบจะเป็นลมสิ้นสติด้วยความคั่งแค้นอย่างน้อย…ยังมีเหวยเสิ้ง เผยเหยียนหรานได้แต่ปลอบประโลมใจตัวเองเช่นนี้เหวยเสิ้งกับกู่หรงผิง การต่อสู้ไต่ระดับขึ้นมาถึงจุดสูงสุดอย่างรวดเร็วปลายยอดของยอดเขาสูงสุด ทะยานสูงเหนือยอดอื่นทั้งหมด บางครั้งคราวเมฆขาวลอยผ่านไปตามเทือกเขาไม่มีผู้ใดคาดคิด เหวยเสิ้งจะสำแดงพลังออกมาถึงขั้นนี้ กล่าวถึงระดับพลังบำเ