ส่วนอีกคนปาเข้าไปแปดเดือนหากสอบถามผู้เข้าประลองส่วนใหญ่ พวกมันยินดีต่อสู้กับกู่หรงผิงมากกว่าพบพานฉางเหิง นี่เป็นทางเลือกระหว่างพ่ายแพ้กับบาดเจ็บสาหัส คนส่วนใหญ่ย่อมยินดีรับความปราชัย แทนที่จะตกอยู่ในสภาพปางตายกว่าครึ่งปีผู้เข้าประลองอย่างฉางเหิงที่เดินส่ายอาดๆ ไปทั่วอย่างอิสระเสรี ย่อมมีความเชื่อมั่นในพลังของตนอย่างที่สุด ส่วนผู้เข้าร่วมประลองธรรมดามักเสาะหาที่ซ่อนตัวไว้ พวกมันยิ่งอยู่รอดได้นานเท่าใด อันดับก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เรื่องนี้ทุกผู้คนล้วนทราบกระจ่างและซิวเจ่อที่สามารถมาถึงระดับนี้ได้ ย่อมไม่มีผู้ใดในหมู่พวกมันขาดความอดทนอดกลั้นแต่ในที่สุดฉางเหิงก็ได้พบคนที่ไม่วิ่งหนีเมื่อพบพานมันนั่นเป็นซิวเจ่อที่ธรรมดาสามัญถึงที่สุดผู้หนึ่ง ลองหวนนึกดูในรอบก่อนๆ ฉางเหิงนึกเท่าใดก็หาความประทับใจในคนผู้นี้ไม่พบ ใบหน้าเหลือง จมูกกระเทียม สวมใส่เสื้อคลุมสั้น ท่วงท่าสภาวะสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง ซ้ำยังจับตามองมายังมันอย่างสนอกสนใจฉางเหิงจู่ๆ ก็ทำท่าสูดดมในอากาศ เอียงคอ พึมพำกับตัวเอง “กลิ่นอันคุ้นเคยนัก”อีกฝั่ายชะงักงัน จากนั้นเผยสีหน้าปิติยินดีฉางเหิงไม่ทราบว่าอีกฝั่ายไฉนปิติยินดี เท่ากับที่ไม่ทราบว่าตัวมันไฉนรู้สึกว่าคนผู้นี้มีกลิ่นที่มันคุ้นเคย แต่คร้านจะถามไถ่ มือขวาดึงแหวนทองแดงที่กึ่งกลางระหว่างกระดูกไหปลาร้าออกมาตรงๆเสียงกรีดแหลมของกระบี่เสียดสีกระดูกดังขึ้น ภาพอันน่าขนพองสยองเกล้าเกิด