ราบว่ามันพลาดโอกาสทำกำไรจิงสืออันดีงามถึงเพียงนี้ ต้องกระอักเลือดเป็นแน่”เห็นซือฟูั่กล่าวกระเซ้าเย้าแหย่ออกมา เหวยเสิ้งค่อยคลายใจลง เมื่อนึกถึงความลุ่มหลงงมงายในจิงสือของศิษย์น้อง มันก็หัวร่อ “ศิษย์รู้สึกว่าระยะหลังๆ มานี้ ศิษย์น้องคล้ายต้องรับความลำบากหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ”“ฮ่าฮ่า!” หวนนึกถึงปัญหาที่จั่วม่อก่อให้แก่มันเมื่อไม่นานมานี้ คราวนี้นับว่าได้ระบายโทสะบ้าง เผยเหยียนหรานรู้สึกดีมาก “ศิษย์น้องของเจ้า ความสามารถเป็นเลิศแต่นิสัยใจคอใช้การไม่ได้ เกียจคร้านเกินไป พอจมลงไปในกองจิงสือก็ไม่ยอมออกมาแล้วมันไม่สนใจฝึกกระบี่เอาเสียเลย”“ศิษย์น้องจะต้องเข้าใจความพยายามของซือฟูั่กับเหล่าอาจารย์อาอย่างแน่นอน”เหวยเสิ้งกล่าวกึ่งปลอบโยน มันเองก็อับจนปัญญากับศิษย์น้องผู้นี้เช่นกัน มันย่อมล่วงรู้นิสัยใจคอของจั่วม่อ เรื่องนี้ไม่สามารถบังคับกันได้“อาจารย์อาซินหยานของเจ้าตระเตรียมบทลงโทษไว้ชุดใหญ่ กำลังรอคอยเด็กน้อยไปหามัน” กล่าวถึงเรื่องนี้ เผยเหยียนหรานอดสะใจเล็กๆ ไม่ได้เห็นซือฟูั่มั่นอกมั่นใจถึงเพียงนี้ เหวยเสิ้งอึกอักอยู่ครึ่งค่อนวัน คำพูดขึ้นมาถึงปากแล้วยังหดกลับเข้าไป ในใจมันรู้สึกสังหรณ์อย่างเลือนราง โครงการของซือฟูั่นี้ บางทีอาจไม่เป็นไปตามที่คิดกล่าวถึงพลังฝีมือ ไม่ว่าอย่างไรจั่วม่อไม่สามารถเบียดเสียดเข้าสู่สิบลำดับแรก ทว่าในโลกนี้ความแข็งแกร่งไม่ใช่ทุกสิ่ง มันทราบดีว่าศิษย์น้องกลอกกลิ้งปราด