ใบหน้ามันดูเหมือนเคลือบด้วยชั้นทองคำสีเข้ม เวลานี้ก็ราวกับหล่อหลอมใบหน้าขึ้นมาด้วยทองคำสีเข้มยังคงเป็นใบหน้าที่ไร้การแสดงอารมณ์ใบเดิม แต่เวลานี้มีสง่าราศรีอย่างบอกไม่ถูกเผยเหยียนหรานกับพวกใบหน้ายิ่งมายิ่งดูน่าเกลียด หากมิใช่พรสวรรค์อันโดดเด่นของจั่วม่อ อีกทั้งมันยังเป็นศิษย์ของสำนัก เกรงว่าพวกมันคงเตะจั่วม่อลงจากภูเขาไปนานแล้วจั่วม่อค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เห็นสี่ผู้อาวุโสยืนเรียงรายอยู่ตรงหน้ามัน ดวงตาทุกคู่มองมาอย่างดุร้ายหมายขวัญ ความปิติยินดีจากการทะลวงผ่านไปยังวัชรสูตรน้อยขั้นที่สี่ยังอัดแน่นอยู่ในอก แต่ใบหน้าที่น่าเกลียดของผู้อาวุโสทั้งสี่คน ก็ดึงมันกลับสู่ความเป็นจริงมันไม่ทราบว่าล่วงเกินท่านเจ้าสำนักกับเหล่าผู้อาวุโสที่ใด แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรสาดน้ำมันลงในกองไฟ พูดน้อยลงก็ผิดน้อยลง เมื่อไม่พูด มันย่อมไม่ผิด ดังนั้นมันหุบปากสนิทอย่างรู้ความ“ประเสริฐ ประเสริฐ อาการบาดเจ็บของเจ้าดูท่าจะหายดีแล้ว เพื่อเจ้าแล้ว ซือฟูั่ของเจ้าทุ่มเทความพยายามไปไม่น้อย เจ้าต้องแสดงฝีมือให้ดี อย่าได้ผิดต่อการคาดหวังที่อาจารย์เจ้ามีต่อเจ้า ชุมนุมวิจารณ์กระบี่รอบนี้ หากเจ้าไม่อยู่ในสิบลำดับแรก ก็ไปหาอาจารย์ลุงรองของเจ้าเพื่อรับการลงโทษได้เลย”ท่านเจ้าสำนักแค่นเสียงเย็นชาในลำคอทิ้งวาจาไว้เช่นนี้ ก่อนก้าวออกไปอาจารย์ลุงรอง…การลงโทษ…จั่วม่ออดเบนสายตาไปทางอาจารย์ลุงรองไม่ได้ เมื่อเห็นแสงเย็นส่องประกายระยิบระยับอย