ู่ในดวงตาของอาจารย์ลุงรอง แม้ว่ามันจะแช่ตัวอยู่ในน้ำยาเดือดๆ ยังรู้สึกเย็นสันหลังวาบ ประดุจตกลงไปถ้ำน้ำแข็งแม้แต่ซือฟูั่กับอาจารย์ลุงหยานเล่อหลังจากถลึงตาใส่มัน ก็จากไปโดยปราศจากวาจาใดจั่วม่อเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจอะไรเลย ที่แท้เกิดเรื่องอันใดขึ้น?ขบคิดจนหัวแทบแตก ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเกิดเรื่องอันใด มันรีบผลักปัญหานี้ไปด้านหนึ่งในทันที เพราะมันจดจำคำสุดท้ายที่ท่านเจ้าสำนักทิ้งเอาไว้ได้สิบลำดับแรก…ท่านเจ้าสำนักใช่เมาหรือไม่? หรือเป็นมันฟังผิดไปเอง? จั่วม่อนั่งโง่งมอยู่ในถัง ครึ่งค่อนวันยังไม่ตอบสนองตงฝู รัตติกาลกรายผ่านมา ทุกซอกทุกมุมในเมืองใหญ่แห่งนี้คล้ายเต็มไปด้วยแสงตะเกียงสดใสหลากสีสัน ตงฝูมั่งคั่งบริบูรณ์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่ เมืองไม่เคยหลับใหล แม้ราตรีจะล่วงล้ำไปครึ่งค่อนคืนยังคงมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม เสียงร่ำร้อง เสียงเอื้อนบทกวี เสียงอึกทึกครึกโครมผสมปนเปกันไปอย่างครื้นเครง แสงกระบี่กับยุทธภัณฑ์เวทบินผ่านเหนือท้องฟั้า เสียงคำรามของสัตว์ปราณบางตัวแว่วเข้าไปในโสตประสาทของผู้ที่อยู่ใกล้เคียง“ท่านที่นับถือไฉนขวางทางข้า?” ซิวเจ่อแต่งกายสมถะผู้หนึ่ง ถามบุรุษชุดขาวตรงหน้ามันอย่างเคร่งเครียดบุรุษชุดขาวตอบแผ่วเบา “เจ้าไม่ใช่เว่ยผิง” คนผู้นี้ย่อมเป็นหลินเชียนที่จั่วม่อเพิ่งจะพบพานในหอลอยร้อยวิเศษซิวเจ่อผู้นั้นแย้มยิ้มทันที “ใต้เท้าล้อเล่นแล้ว ข้าไม่