น จั่วม่อชะงัก หมุนตัวกลับไปมอง ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด บุรุษชุดขาวยืนอยู่เบื้องหลังของมัน รูปโฉมของของคนผู้นี้คลับคล้ายคุ้นตาอยู่บ้าง มันเคยเห็นที่ใด?ฮะ นี่ไม่ใช่หลินเชียนผู้นั้นหรอกหรือ? จั่วม่อนึกออกทันทีว่าเคยเห็นคนผู้นี้ที่ใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุรุษที่หล่อเหลาเทียบเท่าผูเยานั้นมีไม่มากนักนี่มันคุณชายร่ำรวย พี่ชายแพะอ้วนผู้นั้นไม่ใช่หรือ? คนผู้นี้ยังไม่ไปจากตงฝูอีก?“หลินเชียน เจ้ายังไม่จากไปหรอกหรือ?” จั่วม่อมีความรู้สึกที่ดีต่อคุณชายหน้าหยกนี้ไม่น้อย ได้พบมันอีกครั้ง อดยินดีไม่ได้“ฮ่าฮ่า งานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่น่าสนใจถึงเพียงนี้ หากข้าจากไปก่อน ไยมิใช่พลาดชมการสำแดงฝีมืออันน่าประทับใจของพี่จั่ว เช่นนั้นข้าคงต้องเสียใจไปชั่วชีวิตแล้ว” หลินเชียนกล่าวอย่างยิ้มแย้ม สุ้มเสียงของมันสุภาพอ่อนโยน ช่วยย่นระยะห่างระหว่างพวกมันทั้งสองไม่น้อยฟังหลินเชียนกล่าวเช่นนี้ จั่วม่อกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง รีบกล่าวถ่อมตนว่า “ข้าเพียงโชคดีเท่านั้น” ความรอบรู้ของหลินเชียนเหนือล้ำกว่ามันมาก ถึงแม้ว่ากลอุบายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะดูฉลาด แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าผู้คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเป็นผู้ใดอย่างไรก็ตาม ใบหน้าผีดิบของจั่วม่อไม่สามารถเปลี่ยนสีหน้าได้“โชคดีก็นับเป็นพลังชนิดหนึ่ง” หลินเชียนหัวร่ออย่างเปิดเผย จากนั้นหันไปทางคนสวมหมวกแพรดำ กล่าวยิ้มๆ ว่า “ไม่คิดว่าจะพบศิษย์น้องหญิงซู่ที่นี่ ฝากคารวะจากข้าไปยังเห