่ำพืชหญ้าเหล่านั้นเข้า พวกมันอาจไม่มีปัญญาชดใช้ได้สถานที่เช่นหอลอยร้อยวิเศษไม่เคยต้องกังวลว่าจะแออัดเกินไป เมื่อจั่วม่อมาถึงภายในมีอาคันตุกะเพียงคนเดียวผู้ที่มาต้อนรับจั่วม่อเป็นเสมียนร้านสวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมสีดำปักดิ้นทองผู้หนึ่งดวงตาแหลมคม เมื่อเห็นจั่วม่อ มันก็ตรงเข้าทักทายอย่างกระตือรือร้น “ไอ๊หยา นี่ไม่ใช่จั่วเซียนเซิงหรอกหรือ? ท่านให้เกียรติมาเยี่ยมชมถือเป็นเกียรติของร้านข้า! จั่วเซียนเซิงการประลองของท่านช่วยสร้างชื่อให้แก่ตงฝูเรา! นั่นเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ จุ๊จุ๊สามห่วงโซ่ ตอนที่ข้าเห็นมันข้าตกใจจนอ้าปากค้าง ได้ต้อนรับท่านวันนี้ ถือเป็นเกียรติของผู้น้อย!”สุ้มเสียงของเสมียนร้านผู้นี้ อ่อนโยนแต่ไม่ได้ประจบประแจง ถ้อยคำของมันสัมผัสความภาคภูมิใจของจั่วม่อ แต่ไม่ได้ปันแต่งจนเลยเถิด แม้แต่ระดับเสียงก็ควบคุมให้อยู่ในระดับเหมาะสม ไม่ได้รบกวนอาคันตุกะอีกคนที่เรียกดูยุทธภัณฑ์เวทอยู่ไม่ห่างออกไปนักแต่สิ่งที่ทำให้จั่วม่อตื่นตกใจที่สุด ก็คือเสมียนร้านค้าเปียมมารยาทผู้นี้ เป็นชนชั้นหนิงม่ายผู้หนึ่ง!ในเวลานี้ จั่วม่ออดไม่ได้ต้องกวาดตามองเสมียนร้านคนอื่น จริงดังคาด ยังคงเป็นซิวเจ่อด่านหนิงม่าย! และไม่ใช่แค่เพียงเสมียนร้านทั้งสองนี้ กระทั่งเสมียนร้านอีกสองคนที่รอคอยอยู่ด้านข้าง ก็ยังคงเป็นชนชั้นหนิงม่าย!ใช้ซิวเจ่อด่านหนิงม่ายเป็นเสมียนร้านค้า ไม่ทำให้จั่วม่อตื่นตะลึงจนอ้าปากค้างก็แป