ๆ ดังนั้นมันจึงสามารถกล่าวออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติถึงที่สุดจั่วม่อเป็นคนเช่นไร ดูจากพฤติกรรมของมัน ทุกคนย่อมทราบกระจ่าง คนที่กล้าเสี่ยงตายวิ่งไปยังพรรคอัจฉริยะปราณ เพียงเพื่อฉกชิงยุทธภัณฑ์เวท กล่าวออกมาเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องปกติมาก“ทำกำไรจิงสือ! เจ้ารู้จักแต่ทำกำไรจิงสือ! วันหนึ่งเจ้าจะถูกทุบตีจนตายเพราะจิงสือ…” สือฟั่งหรงพอฟัง ว่าจั่วม่อปล่อยพรสวรรค์ของมันให้สูญเปล่าด้วยเหตุผลไร้สาระเช่นนี้ นางโกรธจนแทบกระอัก!“ถูกทุบตีด้วยจิงสือก็คุ้มค่า…” จั่วม่อกระซิบรำพึงไปตามจิตใต้สำนึก ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมาจากปาก มันค่อยรู้สึกตัวว่าย่ำแย่แล้ว ซือฟูั่กับผู้อาวุโสอื่นๆ โสตประสาทดีมาก นี่ไม่ใช่ว่ามันหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ?เมื่อได้รับบาดเจ็บ ความสามารถในการควบคุมตนเองของมนุษย์ก็ลดน้อยลง!สือฟั่งหรงโกรธจนตัวสั่น กระทั่งนิ้วที่ชี้หน้ามันก็ยังสั่นระริกหยานเล่อสีหน้าอับจนปัญญา ศิษย์ที่หมกมุ่นอยู่กับเงินตราเช่นนี้ แต่พรสวรรค์ของมันกลับยอดเยี่ยมมาก…มีเพียงเผยเหยียนหรานที่สีหน้ายังเป็นปกติ สุ้มเสียงก็ยังอบอุ่นมาก “อ้อ หากข้าจำไม่ผิด เจ้าเพิ่งจะฝึกเพลงกระบี่เพลิงธาราหลังจากเข้าสู่ด่านจู้จีแล้ว เช่นนั้น ก่อนหน้านั้นเจ้าบรรลุเจตจำนงกระบี่อันใด?”จั่วม่อตื่นตระหนกในบัดดล!บัดซบ! มันหลงลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ไปได้อย่างไร!เคล็ดกระบี่เพลิงธารา เป็นมันเข้าสู่ด่านจู้จีแล้วจึงได้วิ่งไปยังหอคัมภีร์ เพื่อหาวิชากร