ยะปราณขบกรามแน่น แทบไม่อาจทนรอขึ้นไปถลกหนังลอกคราบเจ้าผีดิบบัดซบตนนี้เสียเอง บัดนี้เห็นจั่วม่อใช้รูปแบบโอสถยันต์เวทของศิษย์พี่หวังฉับพลันนั้น หนี้เก่าแค้นใหม่ประดังขึ้นมาจนแทบระเบิดผู้คนทั้งหมดส่ายศีรษะคราหนึ่ง ยันต์ผีซ้อนเงาอาจมีประโยชน์ใช้สอยในการต่อสู้ระหว่างซิวเจ่อระดับต่ำ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่เหนือชั้นกว่าเช่นเฉาอันกระบวนท่านี้หาได้มีผลอันใดไม่หนึ่งร่างจริงสี่ร่างเงา ร่างเงาย่อมต้องพึ่งพาร่างจริงคอยควบคุม นี่คือเหตุผลที่ยันต์ผีซ้อนเงาใช้การไม่ค่อยได้ในการต่อสู้ระดับสูงขึ้นไป การควบคุมร่างเงาหมายถึงต้องแบ่งแยกสมาธิ ยิ่งร่างเงามากเท่าใดยิ่งควบคุมได้ยากเป็นทวีคูณ ดังนั้นร่างเงาเหล่านี้เพียงใช้ก่อกวน แต่ไม่มีกำลังอำนาจกระทำการใดๆ มากกว่านี้ในลานประลอง จั่วม่อทั้งห้าดีดร่าง กระจายออกไปคนละทาง“หืมม์!” ศิษย์พี่หวังดวงตาทอประกายวาบมันเป็นผู้สรรค์สร้างรูปแบบโอสถยันต์เวทขึ้นมากับมือ การเปิดฉากจู่โจมด้วยยันต์ผีซ้อนเงายังเป็นเหมือนปั้ายยี่ห้อของมัน ย่อมไม่มีผู้ใดคุ้นเคยกับกระบวนท่านี้มากไปกว่าศิษย์พี่หวัง! แต่กระทั่งด้วยสายตาของมัน ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าในห้าจั่วม่อ คนไหนเป็นร่างจริง!การเคลื่อนไหวของจั่วม่อทั้งห้าสอดคล้องเชื่อมโยงถึงที่สุด พวกมันดึงแผ่นจานค่ายกลออกจากถุงร้อยสมบัติที่เอวอย่างต่อเนื่องพร้อมเพรียง สะบัดมือซัดรัวๆ เข้าไปในลานประลองอย่างเกรี้ยวกราดพริบตาดุจประกายไฟ