กมีตำแหน่งว่างไว้สำหรับผู้เข้าประลองเจ้าถิ่น ซึ่งไม่ต้องผ่านการประลองรอบคัดเลือก ดังนั้นจึงมีซิวเจ่อด่านจู้จีเล็ดลอดเข้ามาปรากฏตัวในรอบจริง ในสายตาของหลายๆ คน นี่เป็นเรื่องน่าขบขันอย่างแท้จริงด้วยเหตุนี้เอง นับตั้งแต่เริ่มต้นการประลองรอบคัดเลือก เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับชุมนุมวิจารณ์กระบี่นี้ไม่เคยหยุดลงเลย อย่างเช่นความไม่ยุติธรรมระหว่างซิวเจ่อเจ้าถิ่นกับซิวเจ่อต่างถิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย…แต่เจ้าภาพเทียนซงจื่อ ใช้ประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว ปิดปากทุกผู้คนจนพากันพูดไม่ออก “การประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่นี้ คืองานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่แห่งตงฝู!” ความหมายแฝงก็คือ เราจัดงานประลองในหมู่พวกเราเอง เรายอมให้พวกเจ้าเข้าร่วมก็ดีมากแล้ว จงอย่าได้มากความไปซิวเจ่อต่างถิ่นไม่ทราบจะกล่าวอันใด แต่ความขุ่นเคืองของพวกมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย จั่วม่อซึ่งเป็นซิวเจ่อด่านจู้จีเพียงคนเดียวในชุมนุมวิจารณ์กระบี่ครั้งนี้ จึงกลายเป็นเปั้าหมายวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนไป โดยที่ตัวมันเองไม่เคยทราบความนัยเหล่านี้เลยหลายต่อหลายคนปรารถนาจะเห็นมันต้องอับอายขายหน้า การเดิมพันจำนวนกระบวนท่าอย่างครึกโครม หลักๆ แล้วเกิดจากเล่ห์เพทุบายของคนเหล่านี้เอง ที่คอยผลักดันอย่างลับๆ เรื่องของจั่วม่อพอดีเป็นเครื่องมือในการตอบโต้เพื่อระบายความไม่พอใจของพวกมันแน่นอนว่าจั่วม่อไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเหล่านี้แม้แต่น้อย“ผู้คนมากมายจริงๆ”