จั่วม่อมองฝูงชนอันล้นหลามรอบด้าน จากนั้นถามอย่างไร้หัวจิตหัวใจ “ศิษย์พี่หญิง ท่านลงเดิมพันจิงสือเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”หลี่อิงฟั่งต้องการหมุนตัวและเดินออกไปทันที ดูเสียบ้างว่านี่มันเวลาใด ศิษย์น้องยังคงพะวักพะวงอยู่แต่จิงสือ…นางพยายามระงับแรงกระตุ้นอยากระเบิดอารมณ์ ตอบอย่างขุ่นข้องว่า “เรียบร้อยแล้วน่า! ตามคำขอของเจ้า แยกย้ายไปหลายๆ ที่”“อ้อ เช่นนั้นข้าก็สบายใจ ฮี่ฮี่!” จั่วม่อหัวร่ออย่างวิปลาสสุดขั้ว เมื่อปรากฏอยู่บนใบหน้าตายด้าน ดูแล้วแปลกพิกลยิ่งอ๊า สวรรค์ของข้า! นางไฉนติดตามมาพร้อมเจ้าตัวประหลาดนี้? ช่างน่าอับอายขายหน้าเสียจริง!หลี่อิงฟั่งสำนึกเสียใจเป็นที่สุด ไฉนนางไม่รีบหันหลังหนีออกไปให้เร็วนี้หนอ?“พี่เฉา ที่แท้คู่ประลองของท่านยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ทีเดียว?” หนึ่งในสหายของเฉาอันกล่าวเกินจริงเฉาอันสีหน้าขุ่นแค้นอัดอก สองมือกำแน่น เสียงกระดูกลั่นเกรียวกราวบนเมฆมงคลที่ห่างไกลออกไป นั่งไว้ด้วยเหล่าเจ้าสำนักและผู้อาวุโสของสำนักค่ายพรรคมากมาย เจ้าสำนักกระบี่สุญตาเผยเหยียนหรานกับเหล่าศิษย์น้องของมันก็รวมอยู่ในนั้น เมฆมงคลก้อนนี้ใหญ่โตกว้างขวาง พื้นที่หลายหมู่ จัดวางโต๊ะเก้าอี้ รวมทั้งผลไม้ปราณและชาปราณพร้อมสรรพ ศิษย์ของแต่ละสำนักยืนก้มหน้านอบน้อมอยู่ด้านข้าง“จั่วม่อของสำนักท่านน่าสนใจมาก! จริงดังคาด ช่างละโมบเงินตราอย่างแท้จริงศิษย์สำนักท่านล้วนเป็นเยี่ยงนี้หรือ?” ประมุขพรรคอัจฉริยะปร