มาต่อสู้กับด่านจู้จี?”“ฟังพวกท่านกล่าวไปกล่าวมา ข้าก็ชักสนใจจั่วม่อขึ้นมาเสียแล้ว” เจ้าสำนักอีกผู้หนึ่งรับลูก“แค่โชคดี แค่โชคดีเท่านั้น!” เผยเหยียนหรานแสร้งถ่อมตนเป็นพัลวันประมุขพรรคอัจฉริยะปราณยามนี้สำนึกเสียใจขึ้นมา แต่มันย่อมไม่อาจกล่าวแก้ได้ว่าเวลานั้นฉางเหิงยังไม่ได้ทะลวงผ่านไปยังด่านหนิงม่าย เรื่องน่าอับอายนี้ ยิ่งพูดมากเท่าใดก็ยิ่งเสียหน้ามากเท่านั้น มันได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน นับว่ามีปากยากจะกล่าวอย่างแท้จริงจั่วม่อเดินเข้าสู่ลานประลอง เฉาอันรอคอยอยู่แล้วเฉาอันเมื่อเห็นจั่วม่อเดินส่ายอาดๆ ขึ้นมาบนลานประลอง มันสีหน้ากลับกลายเป็นน่าเกลียด ยิ่งเจ้าผู้นี้ยืนอยู่ต่อหน้ามันนานเท่าใด มันจะยิ่งกลายเป็นตัวตลกมากเท่านั้นเฉาอันแทบไม่อาจทนรอให้ผู้อาวุโสซึ่งรับผิดชอบในการตัดสินประกาศเริ่มต้นการประลอง จากนั้นมันจะได้ฟาดเจ้าตัวประหลาดนี้ให้แบนติดพื้น!เนื่องจากว่านี่เป็นการประลองนัดแรก เพื่อแสดงความสำคัญ ผู้ตัดสินซึ่งดูแลการประลองนัดนี้เป็นปรมาจารย์ด่านจินตันผู้หนึ่งดวงตาของมันมองไปยังคู่ต่อสู้ทั้งสองอย่างเฉยเมย ในสายตาของมัน ไม่ว่าจะจู้จีหรือหนิงม่ายก็ไม่มีความแตกต่างอันใด เมื่อดวงตาแฝงนัยตักเตือนเหลือบไปยังทั้งสอง ทั้งคู่อดสั่นสะท้านไม่ได้ แววตาขุ่นแค้นของเฉาอันหายไป อาการเดินส่ายอาดๆ ของจั่วม่อก็หยุดลง“เจ้าสามารถใช้วิธีใดก็ได้ยกเว้นสัตว์ปราณ หากอีกฝั่ายยอมแพ้ เจ้าไม่สามารถจู่โจมสืบต่อ หากผู