นนั้นเอง“อย่าได้ลืมเลือน!”“ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่อาจลืม!”ขณะที่จั่วม่อจมอยู่ในความฝัน แสงสีเขียวอบอุ่นอ่อนโยนส่องออกจากกลางอกของมัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นกระแสบางเบา แผ่ซ่านไปทั่วแขนขาและอวัยวะภายในร่างผูเยานั่งอยู่บนปั้ายหินสุสาน ทอดตามองไปยังความว่างเปล่าอันห่างไกลอย่างเย็นชางานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ ยอดฝีมืออายุเยาว์ที่ส่องประกายเตะตาผู้คนทยอยปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกมันแต่ละคนล้วนมีบุคลิกภาพพิเศษเฉพาะ ทำให้งานชุมนุมวิจารณ์กระบี่หนนี้เต็มไปด้วยสีสันอันน่าสนใจ ผู้ฝึกตนอายุเยาว์ชมชอบบุกโจมตี ไม่ค่อยเน้นไปทางปั้องกัน ภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปในรอบคัดเลือก คือเปลวไฟและลำแสงกระจัดกระจายไปทั่วนี่เป็นเพียงการประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่รอบคัดเลือกเท่านั้น เหล่าซิวเจ่ออายุเยาว์เร่งรุดมายังตงฝูมากขึ้น มากขึ้นทุกขณะ.จากไร้ชื่อเสียงนาม กลับกลายเป็นโด่งดังชั่วข้ามคืนไปทีละคนๆจั่วม่อลืมตาตื่น ตะกายขึ้นจากพื้นหินแข็งเย็นชื้น มันยืดเส้นยืดสาย และรู้สึกว่าเรี่ยวแรงฟืนกลับมาเต็มเปียม กวาดตามองไปรอบๆ ห้องศิลาเงียบสงบและเย็นเยือกโดยไม่รู้ตัว มันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเส้นชีพจรปราณในห้องศิลาอีกต่อไป สถานที่แห่งนี้รวมทั้งเส้นชีพจรปราณกลายเป็นห้องหลอมกลั่นของมันไปเสียมากกว่า ประการแรกเพราะที่นี่เงียบสงบ ไม่มีใครรบกวนมัน ประการที่สองคือบ่อน้ำพุปราณเป็นสถานที่อันดีงามสำหรับวิธีหลอมกลั่