สารต่อหน้าเสี่ยวกั่วนั้นได้ผลดียิ่ง มันก็ยิ่งไม่เกรงอกเกรงใจเข้าไปใหญ่ จั่วม่ออับจนปัญญา ไม่ทราบจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี“จุ๊ จุ๊ รสชาติของนางจะต้องหวานละมุนไม่เบา!” เพียงเดินออกจากหุบเขา ผูเยาก็โผล่ออกมา มันเลียริมฝีปาก เหลียวมองเข้าไปในหุบเขาด้วยความโหยหาบางประการจั่วม่อเคยชินกับสีหน้าท่าทีเยี่ยงนี้ของผูเยาเสียแล้ว “ฮึ่ม บนภูเขาสุญตานี้มีผู้คนมากมายปรารถนาจะสับสังหารอสูรปิศาจเยี่ยงเจ้า หากเจ้าไม่กลัวตาย ก็ลองดู!”“พวกมันหาข้าไม่พบหรอก” ผูเยามั่นอกมั่นใจยิ่ง“หากเจ้ารับประทานนาง ข้าก็ไม่มีอะไรรับประทาน เช่นนั้นข้าจะขอตายพร้อมกับเจ้า” จั่วม่อเลียริมฝีปากของมันเช่นกัน ฝีมือทำอาหารของเสี่ยวกั่วไม่เลวเลยจริงๆ“ฮึ่ม ไม่รับประทานนางก็ได้ แต่เจ้าไม่อาจปล่อยให้ข้าต้องหิวโหย” ผูเยาแค่นเสียง“ข้าต้องการดวงวิญญาณ!”“เจ้าไม่ได้บอกว่าภูตหยินในถ้ำกระบี่ต้องการเวลาในการก่อรูปร่างหรอกหรือ?”จั่วม่อยักไหล่เลียนแบบผูเยาผูเยาเผยสีหน้ากระหายอยากอีกครั้ง กล่าวว่า “ถึงวันนี้สมควรมีที่พอใช้ได้บ้างแล้วลองไปล่ากันดูสักรอบสองรอบเถอะ เติมเต็มความอยากของข้า!”กล่าวจบ โดยไม่รอให้จั่วม่อได้ทันกล่าววาจา ผูเยาซัดจิงสือหลายชิ้นลงบนพื้น แสงสว่างวาบ หนึ่งคนหนึ่งอสูรก็หายวับไป