รีบกระพือปีกหลบหลีกก้อนหิน ส่งสายตาอันเต็มไปด้วยความดูถูกเดียดฉันท์มาให้จั่วม่อเสียงวุ่นวายเหล่านี้ทำเอาเสี่ยวกั่วแตกตื่นจนขวัญหาย แต่พอหันมามอง เห็นจั่วม่อชี้กราดพลางก่นด่าห่านหิมะจะงอยคราม ดวงตากลมโตของนางก็แย้มยิ้มจนหยีเป็นจันทร์เสี้ยวสังเกตเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเสี่ยวกั่ว จั่วม่อกระแอมแห้งๆ สองสามคำ ตัดสินใจจะรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของศิษย์พี่ เดินไปยืนข้างๆ เสี่ยวกั่ว สั่งสอนว่า“เวลาฝึกปรือกระบี่เจ้าไม่ควรวอกแวก ต้องมีสมาธิมากกว่านี้ เพื่อให้สามารถ…”เสี่ยวกั่วที่ด้านข้างแทบหัวร่อออกมา แต่นางไม่กล้าหัวร่อ สีหน้าจึงแปลกพิกลอยู่บ้าง จั่วม่อไม่ได้สังเกตเห็น มันยิ่งกล่าวยิ่งเพลิดเพลิน สุดท้ายส่ายศีรษะ ลอกเลียนเสียงของผูเยา สรุปว่า “จะมีสิ่งใดง่ายไปกว่าเคล็ดวิชากระบี่อีก? หาก…อ้อ หากเจ้าทดลองฝึกดูสักสองสามพันกระบี่ ไม่เข้าใจก็ไม่ได้แล้ว!”กล่าวจบก็โบกมือ “ฝึกต่อไป ข้าจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย” จากนั้นมันเดินออกจากหุบเขาลมตะวันตกหลังจากวันนั้น เสี่ยวกั่วก็มายังสถานที่ของจั่วม่อทุกวันเพื่อฝึกปรือกระบี่ อาหารการกินของจั่วม่อก็ดีงามขึ้นทันตาเห็น น้ำแกงเนื้อร้อนกรุ่น กระยาหารปราณอันอุดมไปด้วยปราณธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่เพิ่มความอยากอาหารของจั่วม่อขึ้นทุกวัน สิ่งเดียวที่มันรู้สึกขัดหูขัดตาอยู่บ้าง คือเจ้านกโง่มักจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วยทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้านกโง่ค้นพบว่า การแสร้งทำเป็นน่าสง