นทันที ซือฟูั่ยังคงปิดด่านหลอมกลั่นโอสถ ไม่มีเวลาจะสั่งสอนเสี่ยวกั่วเห็นหยาดเหงื่อบนวงหน้ารูปผลผิงกว่อ จั่วม่อรู้สึกว่ามันจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ศิษย์พี่เสียแล้ว เริ่มชี้แนะนางนิดๆ หน่อยๆ หลังจากฝึกปรือเคล็ดวิชากระบี่มานานแม้ว่าฝีมือมันไม่อาจเทียบเท่าศิษย์พี่เหวยเสิ้ง แต่จะอย่างไรบรรลุเจตจำนงกระบี่ถึงสองรูปแบบ ดวงตามันยังแหลมคมกว่าคนอย่างฉินเฉิงมาก“รากฐานของเจ้าย่ำแย่ยิ่ง” เมื่อจั่วม่อกล่าวเช่นนี้ ดวงตาของเสี่ยวกั่วก็รื้นไปด้วยน้ำตา เพียงแต่ยังไม่ได้ร่ำไห้ออกมา“อ้อ ต่อไปเจ้าสามารถมายังหุบเขาของข้าเพื่อฝึกกระบี่ หากข้ามีเวลา อาจช่วยดูให้เจ้าได้บ้าง” ประโยคถัดไปของจั่วม่อ ทำให้เสี่ยวกั่วแย้มยิ้มทั้งน้ำตาในลานน้อยลมตะวันตก จั่วม่อกำลังอาบแดด นั่งเอนกายอย่างสุขสบายบนเก้าอี้โยกสองตาหลับพริ้ม เก้าอี้โยกไปโยกมาเป็นจังหวะ ขณะที่มันกำลังขบคิดทบทวนถึงม้วนหยกที่จดจำไว้ในใจ ไม่ไกลจากมันมากนัก เสี่ยวกั่วคร่ำเคร่งฝึกปรือกระบี่เงียบๆ หยาดเหงื่อผุดพรายท่วมวงหน้าผลผิงกว่อน้อยๆ วงนั้น บนหลังคา นกโง่ยืนเชิดอย่างภาคภูมิบางครั้งใช้จะงอยปากสีครามไซร้ขนขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะของตนจั่วม่อประสบปัญหาในห้วงภวังค์ความคิดของมัน อารมณ์กลายเป็นขุ่นข้อง ลืมตาขึ้นมา เห็นนกโง่กับสีหน้าท่าทีเย่อหยิ่งมั่นใจ ยิ่งอารมณ์ย่ำแย่กว่าเดิม มันก้มเก็บก้อนหินบนพื้น ตวัดมือซัดใส่นกโง่บนหลังคา“ช่างอวดโอ่เสียจริง!”นกโง่กรีดร้องแหลม