นบรรดาม้วนหยกชั้นสูงมีเคล็ดวิชากระบี่อยู่เล่มหนึ่ง เรียกว่า ‘กระบี่บุปผาคราม’นับเป็นเคล็ดวิชาชั้นยอดวิชาหนึ่ง เพียงแต่จัดอยู่ในฝังหยินและอ่อนหยุ่นเกินไป เหมาะกับอิสตรีเสียมากกว่า อยู่ในมือมันก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจั่วม่อตกลงใจยกเคล็ดกระบี่วิชานี้ให้แก่เสี่ยวกั่ว ศิษย์พี่หญิงหลี่อิงฟั่งมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องดูแลค้าขายทุกวี่วันเวลานี้นางจึงยังไม่ได้ฝึกปรือเคล็ดวิชากระบี่แต่เมื่อจั่วม่อไปยังยอดดอยตะวันออก กลับพบว่าเสี่ยวกั่วประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ด่านจู้จี เลื่อนชั้นขึ้นเป็นศิษย์ฝั่ายใน ทั้งยังสังกัดสาขาของสือฟั่งหรงเช่นเดียวกันกับมันจั่วม่อไม่เคยคาดคิดว่าแม่นางน้อยนี้จะกลับกลายเป็นศิษย์น้องหญิงสายตรงของมันเองครั้นเมื่อจั่วม่อเสาะพบหุบเขาของนาง เห็นปั้ายไม้ตัดเป็นรูปผลผิงกว่อ เขียนไว้ว่า‘บ้านของเสี่ยวกั่ว’ มันก็อดแย้มยิ้มไม่ได้ภายในหุบเขาของเสี่ยวกั่วไม่ได้ก่อตั้งอาคมหวงห้าม จั่วม่อเดินลอยชายเข้าไปอย่างสบายเมื่อเสี่ยวกั่วซึ่งกำลังฝึกปรือกระบี่หันมาพบจั่วม่อ นางอึ้งไปวูบหนึ่ง จากนั้นสีหน้าเบิกบาน ทักทายอย่างเหนียมอาย “ศิษย์พี่”“อืม ไม่เลว” จั่วม่อชมเชยผ่านๆ อันที่จริงในสายตาของมัน เคล็ดวิชากระบี่ที่เสี่ยวกั่วฝึกปรือยังคงเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง เพียงมีภาพลักษณ์ที่สวยงามเท่านั้น มันส่งม้วนหยกเคล็ดวิชากระบี่บุปผาครามให้เสี่ยวกั่ว “นี่ให้เจ้า ฝึกฝนให้ดี”มันถามไถ่สองสามคำ และตระหนักใ