ายอย่างไม่สามารถแปรสภาพได้ วัตถุดิบส่วนใหญ่ที่มันพบพานจึงเป็นของสังกัดหยินและเย็นเยือก“เป็นไร? เจ้าทำไม่ได้? หากเจ้าไม่มีปัญญาทำได้ มาเปิดร้านหาอันใด?” บุรุษผู้ถือหยกไฟระดับสามไว้ในมือ สบถรัวเป็นชุด“ข้ามีไฟเย็น ไม่เหมาะที่จะใช้แปรสภาพวัตถุดิบสังกัดหยาง” จั่วม่อกล่าวอย่างเยือกเย็น“บัดซบ เจ้าทำให้ข้าเสียเวลาไปมากมาย เจ้าต้องชดใช้ค่าเสียเวลาให้แก่ข้า…”กล่าวไปกล่าวไป น้ำเสียงก็ชะงักขาดหายอย่างฉับพลัน คนผู้นั้นมองจั่วม่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพรั่นพรึง ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่กล้ากระดิกตัวแม้แต่น้อยจั่วม่อดึงเจตจำนงกระบี่กลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ขออภัยด้วย ไยเราไม่ให้อภัยซึ่งกันและกันเล่า?” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้ จั่วม่อเคยชินเสียแล้วและรับมือได้อย่างหมดจดบุรุษผู้นั้นไม่กล่าวอะไรอีก เพียงเดินคอตกจากไปเวลาสำคัญมาก อ้า!จั่วม่อเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญของเวลา มีคำกล่าวที่ว่าเวลามีค่าประดุจทองคำ ไม่มีสิ่งใดมีเหตุผลมากไปกว่าคำกล่าวที่มีชื่อเสียงนี้อีกแล้ว!ใบหอมร่วงโรย, ก้านบัวเนื้อหนัง, หินแสงเคลือบเงา, หินแม่น้ำนิรันดร…ตลอดทั้งวัน จั่วม่อทำงานจนกระทั่งสติสัมปชัญญะเริ่มเลอะเลือน ในที่สุดมันไม่สามารถทานทนได้อีกต่อไป ได้แต่ร้องบอกว่า “ทุกท่าน เชิญมาใหม่พรุ่งนี้”หลี่อิงฟั่งเดินแจกปั้ายไม้แกะสลักหมายเลขให้คนในแถวไปตามลำดับ เช้าพรุ่งนี้จะเริ่มลำดับตามหมายเลขบนปั้ายไ