สยอง“สมควรถอยไปไกลกว่านี้ดีหรือไม่?” หูซานสั่นสะท้านตาม กล่าวอย่างช่วยไม่ได้“ก็ดี” เอี้ยนหมิงจื่อผงกศีรษะเห็นพ้อง“ เจ้ามียันต์เทพเดินหนหรือไม่?”“มีอยู่สองใบ” หูซานตอบพลางหยิบยันต์เทพเดินหนออกมาสองใบ“ให้ข้าใบหนึ่ง” เอี้ยนหมิงจื่อรีบคว้ายันต์มาใบหนึ่ง กำแน่นไว้ในมือด้านข้างพวกมัน สหายร่วมพรรคผู้หนึ่งอดกล่าวไม่ได้ “พวกเจ้าไยต้องกล่าวเกินจริงถึงเพียงนี้? ศิษย์พี่ฉางไม่ใช่ว่าสงบเสงี่ยมตั้งใจบำเพ็ญเพียรมาตั้งนานแล้วหรอกหรือ?”เอี้ยนหมิงจื่อ หูซานและเถาซูเอ๋อร์ แวบแรกอึ้งไปวูบหนึ่ง จากนั้นพากันจ้องมองสหายผู้นั้นด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้งสหายผู้นั้นทนทานรับสายตาของพวกมันทั้งสามไม่ได้ ใบหน้าแดงก่ำ กล่าวอย่างลุกลนว่า “ศิษย์พี่ฉางมักจะนั่งคัดลอกพระสูตรทุกวัน ข้าเคยเห็นด้วยตาข้าเอง นอกจากนี้มันยังให้อาหารสัตว์ปราณ…”“โง่จริงๆ” เอี้ยนหมิงจื่อโคลงศีรษะ“ปัญญาอ่อน” หูซานกรอกตา สบถออกมาสองคำ“รีบถอยกันอีกหน่อยเถอะ” เถาซูเอ๋อร์ไม่แยแสสนใจสหายผู้นั้น กล่าวเร่งรัดอีกสองคนในเวลานี้เอง จั่วม่อก็ยืนขึ้น