แผ่กระจายไปทั่วอวัยวะภายในร่าง สุขสบายอย่างยิ่ง มันก็ไม่กล้าละเลย รีบโคจรพลังปราณเพื่อซึมซับสรรพคุณทางยาอย่างรวดเร็วบรรยากาศกลายเป็นเงียบสงัดอย่างแปลกประหลาด ไม่ผิดอันใดกับความสงบก่อนเกิดพายุ บันดาลให้ผู้คนรู้สึกหดหู่ใจเอี้ยนหมิงจื่อกล่าวเสียงต่ำ “ล่าถอยกันสักหน่อยเถอะ”ได้ยินวาจามัน หูซานกับเถาซูเอ๋อร์สะท้านทั้งร่าง คล้ายเพิ่งตื่นขึ้นมา รีบพากันถอยไปด้านหลังเจ็ดแปดจั้ง มีผู้คนมากมายคิดเห็นเช่นเดียวกันกับพวกมัน เหล่าศิษย์พรรคอัจฉริยะปราณดูเหมือนจะตระหนักได้ในสิ่งเดียวกัน ล้วนถอยหลังไปแทบหมดสิ้นหลงเหลือเพียงเหวินเฟยกับอีกสองสามคนที่ยังยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งเดิมของพวกมันเหล่าซิวเจ่อที่มามุงดู มองการอพยพของพวกมันอย่างแปลกใจ แต่พวกมันไม่ได้ล่าถอยตาม เนื่องเพราะล้วนรู้สึกว่าระยะห่างเท่านี้ก็สมควรปลอดภัยมากเกินพอแล้ว“ฮ่า แล้วพวกมันจะเสียใจภายหลัง” เอี้ยนหมิงจื่อเอ่ยอย่างยินดีในคราวเคราะห์ของผู้อื่น“ใช่แล้ว อ้า ความน่าสะพรึงกลัวของศิษย์พี่ฉาง เฉพาะผู้ที่เคยประสบมากับตัวเท่านั้นที่จะเชื่อ!” หูซานกล่าวอย่างเห็นอกเห็นใจ“พวกเจ้าคิดว่าผู้ใดจะชนะ?” เถาซูเอ๋อร์ถามลอยๆ“เรื่องนี้ยังต้องกล่าว? เจ้าผีดิบจอมลอกคราบอาจมีฝีมืออยู่ท่าสองท่า แต่จะยกขึ้นเปรียบกับศิษย์พี่ฉางได้อย่างไร? แต่หวังว่าคราวนี้จะไม่เห็นเลือดมากเกินไป อ้า ที่นี่ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งศิษย์พี่ได้เสียด้วย…” เอี้ยนหมิงจื่อสีหน้าทอแววสยด