สู้ลำดับสามและสี่นั้น “ออกมา”ทั้งสองสบตากันวูบ ลังเลแวบหนึ่ง แต่ยังคงฝืนใจเดินออกมาตามคำเรียกหา“ไม่ต้องประลองแล้ว พวกเจ้าไม่ใช่คู่มือมัน” ศิษย์พี่ฉางเอ่ยเสียงราบเรียบ หมุนตัวกลับมา พยักหน้าให้จั่วม่อ “เลือกสองชิ้นที่เจ้าต้องการเถอะ”จั่วม่ออึ้งงัน เหลือบตามองสองคนนั้น อดลังเลไม่ได้ศิษย์พี่ฉางเหลียวหน้ากลับไปมองคนทั้งสอง พวกมันสะดุ้งเฮือก ราวกับกระต่ายตื่นกลัวสองตัว รีบรับคำ “ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ศิษย์พี่ฉาง!”จั่วม่อก็ไม่เกรงอกเกรงใจ เรียกร้องเข็มขัดเส้นหนึ่งกับปลอกแขนคู่หนึ่งจากพวกมันสิ่งของสองอย่างนี้นับว่าค่อนข้างดีในบรรดาสินค้าระดับสาม ทั้งสองสีหน้าเจ็บปวดใจแต่ยังคงปลดออกมาจากร่างอย่างเชื่อฟัง ส่งมอบให้จั่วม่ออย่างเรียบๆ ร้อยๆเมื่อจั่วม่อรับสินค้าไป ศิษย์พี่ฉางค่อยหันไปกล่าวกับหลินเอวี่ยน “เม็ดยาบุปผาแดงระดับสาม”หลินเอวี่ยนในใจฝืนยิ้มขมขื่น แต่ไม่กล่าววาจาใด ล้วงเม็ดยาบุปผาแดงระดับสามออกมาเม็ดหนึ่ง โยนให้ศิษย์พี่ฉาง ศิษย์พี่ฉางงอนิ้วดีดใส่ ส่งต่อไปยังจั่วม่อ “รักษาตัวเองเสียก่อน”กล่าวจบมันก็ทรุดนั่งลงหลับตาจั่วม่อก็ไม่ใช่วีรบุรุษเที่ยงธรรมอันใด อีกฝั่ายเมื่ออุตส่าห์ประทานให้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่รับ มันยัดเม็ดยาบุปผาแดงใส่ปาก จนกระทั่งถึงยามนี้ เม็ดยาบุปผาแดงระดับสามเม็ดนี้ถือเป็นโอสถปราณระดับสูงที่สุดที่มันเคยรับประทานมา ทันทีที่เข้าไปในปาก เม็ดยาก็เปลี่ยนเป็นกระแสความร้อนขุมหนึ่ง