งขัดขากัน พวกมันย่อมนับเป็นยอดฝีมือแต่ในเชิงกระบี่…มันเห็นผู้คนอีกสองสามคนกระวีกระวาดเตรียมเสนอตัวเข้าร่วม ได้แต่ผลักศิษย์พี่ที่ยืนอยู่ข้างกายออกไปอย่างรุนแรง พลางตะโกนดังลั่น“ศิษย์พี่ฉาง อาสาลงรอบสุดท้าย!”ศิษย์พี่ฉางผู้เพิ่งจะถูกผลักออกมา เหลียวมองเหวินเฟยอย่างแปลกใจอยู่บ้าง กล่าวว่า “ข้านึกว่าเจ้าจะขอแก้มืออีกครา ไฉนผลักข้าออกมา?”“กรุณาเถิดศิษย์พี่ ช่วยข้านำแหวนกลับมาด้วย” เหวินเฟยเผยสีหน้าวิงวอนศิษย์พี่ฉางสีหน้าทอแววไม่คาดคิด พฤติกรรมของเหวินเฟยเท่ากับยอมรับโดยตรงว่าตนเองไม่ใช่คู่มือของอีกฝั่าย จึงมองจั่วม่อแวบหนึ่งอย่างสนใจขึ้นมาบ้าง จากนั้นหันไปกล่าวอย่างยิ้มแย้มกับเหวินเฟย “ตกลง”ทันทีที่เหวินเฟยตะโกนขึ้นมา สรรพเสียงก็เงียบกริบลงโดยพลัน สองสามคนที่เกือบจะก้าวออกไป หดตัวกลับเข้าไปในกลุ่มคน กระอักกระอ่วนอยู่บ้าง บรรยากาศที่กำลังเร่าร้อนทันใดนั้นก็กลายเป็นเงียบสงัด เงียบดุจปั่าช้า สามคนที่อาสาเป็นลำดับสองสาม และสี่ สีหน้าแปลกพิกลระคนอึดอัดใจอยู่บ้าง หลินเอวี่ยนใบหน้าเรียบเฉย ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ความระมัดระวังที่ยากระงับในดวงตามัน ทำให้จั่วม่อให้ความสนใจกับศิษย์พี่ฉางผู้นี้เป็นพิเศษดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะร้ายกาจยิ่ง!เถาซูเอ๋อร์กับพวก พอได้ยินเสียงตวาดของเหวินเฟย ‘ศิษย์พี่ฉาง อาสาลงรอบสุดท้าย’ ทีแรกพวกมันตะลึงงัน จากนั้นเบิกบานใจเป็นอย่างยิ่ง“โฮ่ คราวนี้ก็น่าชมดูแล้ว!” หูซานกล่าว